Knowledge Hub

Claude Code หลายโมเดล: Sonnet สร้าง Haiku สำรวจ Opus ตรวจ

แบ่งงานใน Claude Code ตามความถนัดของโมเดล: Sonnet 5.5 คุมเซสชันและเขียนโค้ด, Haiku 5.5 สำรวจไฟล์แบบขนาน, Opus 5.5 ให้คำปรึกษาเฉพาะจุดตัดสินใจสำคัญ พร้อมวิธีตั้งค่าที่ตรวจสอบกับเอกสารทางการ และการทดสอบว่าช่วยจริงหรือไม่

AI-Toolsอ่าน 10 นาทีเผยแพร่ 14 ตุลาคม 2569

🎯 แก่นของเรื่อง

แนวคิดหลักคือ ใช้โมเดลแพงเฉพาะตอนที่การตัดสินใจผิดแล้วเสียหายมาก ส่วนงานที่เกิดซ้ำและปริมาณมากให้โมเดลเล็กทำ

ส่วน เนื้อหา
แก่น แยกบทบาทเป็น 3 ชั้น: ผู้สร้าง (Sonnet 5.5), ผู้สำรวจ (Haiku 5.5), ที่ปรึกษา (Opus 5.5)
ทำไมได้ผล การอ่านไฟล์และค้นเอกสารกินโทเคนมากแต่ใช้เหตุผลน้อย โยนให้โมเดลเล็กในบริบทแยก ตัวหลักจึงสะอาด
ทำไมได้ผล (ต่อ) Opus ถูกเรียกน้อยครั้ง จึงจ่ายค่าความฉลาดเฉพาะจุดที่คุ้ม
20% ที่สำคัญที่สุด (1) กำหนดให้การสำรวจใช้ Haiku
20% ที่สำคัญที่สุด (ต่อ) (2) กำหนดจุดเรียก Opus ให้ชัด: ตรวจแผน, แก้ข้อผิดพลาดที่วนซ้ำ, ตรวจก่อนจบงาน
รอได้ก่อน การปรับ prompt ละเอียด, การสร้าง subagent เฉพาะทางหลายตัว

จุดที่ Opus ควรเข้ามา

จุดตัดสินใจ ตัวอย่างสัญญาณ
ตรวจแผนก่อนลงมือ งานแก้หลายไฟล์ มีผลต่อสถาปัตยกรรม
ปลดล็อกข้อผิดพลาดที่วนซ้ำ แก้ไปแล้ว 2-3 รอบ ผลเดิม
ตรวจก่อนจบ ต้องการมั่นใจว่าไม่ลืมเงื่อนไขหรือไฟล์ที่เกี่ยวข้อง

ช่วยให้ดีขึ้นอย่างไร

ยังไม่มีตัวเลขวัดผลที่ตรวจสอบได้ ทุกแถวจึงเป็นการอนุมานหรือยังไม่ทดสอบ

สถานการณ์ ก่อนแบ่งบทบาท หลังแบ่งบทบาท วัดอย่างไร หลักฐาน
สำรวจโค้ดฐานใหญ่ ตัวหลักอ่านไฟล์เองจนบริบทเต็ม Haiku อ่านแล้วส่งสรุปกลับ % บริบทที่ใช้ตอนจบงาน ตีความ
ค่าใช้จ่ายต่องาน ใช้ Opus ตลอดเซสชัน Opus ถูกเรียกไม่กี่ครั้ง โทเคนหรือค่าใช้จ่ายแยกตามโมเดล ตีความ
ความเร็วการสำรวจ อ่านทีละไฟล์ สำรวจหลายทางขนานกัน เวลาถึงแผนแรก ยังไม่ทดสอบ
คุณภาพการตัดสินใจ ตัดสินใจเองด้วยโมเดลระดับกลาง มีผู้ตรวจระดับสูงกว่า จำนวนรอบแก้ซ้ำ, ข้อบกพร่องที่หลุด ยังไม่ทดสอบ
Trade-off ไม่มีค่าประสานงาน มีสรุปจาก Haiku ที่อาจพลาดรายละเอียด และต้องมีคนตัดสินว่าเมื่อไรเรียก Opus ข้อมูลที่ตกหล่นในสรุป ตีความ

Note: คำว่า "ประหยัด" ในที่นี้คือสมมติฐาน ราคาและโควต้าต่อโมเดลต่างกันตามแผนที่ใช้ ต้องวัดจากการใช้งานจริงของคุณ

วิธีตั้งค่า: สิ่งที่ยืนยันได้และสิ่งที่ยังไม่ยืนยัน

คำสั่งที่เล่าต่อกันมามีหน้าตาแบบนี้:

claude advisor opus subagents haiku

ไม่พบรูปแบบคำสั่ง advisor หรือแฟลกที่ตรงกับคำสั่งนี้ในเอกสาร subagent ของ Anthropic ที่อ่านเมื่อ 2026-10-14 (ส่วนท้ายของหน้าราว 8,000 ตัวอักษรยังไม่ได้อ่าน จึงยังตัดความเป็นไปได้ไม่ได้) ให้ถือว่าไวยากรณ์นี้ ยังไม่ยืนยัน รัน claude --help ในเวอร์ชันที่ติดตั้งก่อนใช้

วิธีที่เอกสารทางการรองรับ (อ่านจากเอกสาร, 2026-10-14)

เป้าหมาย วิธี หมายเหตุ
ตัวหลักใช้ Sonnet เลือกด้วย /model หรือตั้งค่าโมเดลเริ่มต้น ตัวหลักเป็นผู้เขียนโค้ด
สำรวจด้วย Haiku สร้าง subagent ชื่อ Explore ที่ผู้ใช้หรือโปรเจกต์ โดยตั้ง model: haiku ทับ Explore ที่ติดมาในระบบ
บังคับ subagent ทุกตัวเป็นโมเดลเดียว ตั้ง CLAUDE_CODE_SUBAGENT_MODEL ร่วมกับ CLAUDE_CODE_SUBAGENT_MODEL_FORCE=1 ต้องใช้เวอร์ชัน 2.1.257 ขึ้นไป
ที่ปรึกษา Opus สร้าง subagent ตั้ง model: opus แล้วระบุใน description ว่าเรียกเมื่อไร เป็นการจำลองบทบาท ไม่ใช่ฟีเจอร์ advisor ที่ยืนยันแล้ว

ลำดับที่ระบบเลือกโมเดลของ subagent: พารามิเตอร์ตอนเรียก, ฟิลด์ model ในไฟล์นิยาม, ตัวแปร CLAUDE_CODE_SUBAGENT_MODEL, แล้วจึงโมเดลของตัวหลัก

ตัวอย่างไฟล์ที่ปรึกษา (อิงรูปแบบ frontmatter ในเอกสาร ยังไม่ได้รันทดสอบ):

---
name: advisor
description: Review plans, diagnose errors that repeat, and check completeness before finishing. Use only at those decision points.
model: opus
---
Give a short verdict and the top risks. Do not rewrite the code.

ตัวอย่างไฟล์สำรวจ:

---
name: Explore
description: Read-only search of files and docs. Return a concise summary with file paths.
model: haiku
---

Important: เมื่อตัวหลักเป็น Fable ระบบอาจให้ Explore ที่ติดมาใช้ Opus ตามเงื่อนไขบัญชี จึงควรสร้าง Explore ของคุณเองเพื่อให้การสำรวจใช้ Haiku แน่นอน

กระบวนการทำงาน

flowchart TD
    A[รับงาน] --> B[Sonnet วางแผนเบื้องต้น]
    B --> C[Haiku สำรวจไฟล์และเอกสารแบบขนาน]
    C --> D[Sonnet รวมสรุป]
    D --> E{แผนกระทบหลายส่วน?}
    E -- ใช่ --> F[Opus ตรวจแผน]
    E -- ไม่ --> G[Sonnet เขียนโค้ด]
    F --> G
    G --> H{ข้อผิดพลาดวนซ้ำ?}
    H -- ใช่ --> I[Opus ช่วยปลดล็อก]
    I --> G
    H -- ไม่ --> J[Opus ตรวจก่อนจบ]
    J --> K[จบงาน]

ข้อเท็จจริง ความเห็น และสมมติฐาน

ประเภท ข้อความ
ข้อเท็จจริง (อ่านจากเอกสาร, 2026-10-14) subagent แต่ละตัวมีหน้าต่างบริบทของตัวเอง และกำหนดโมเดลได้ด้วยฟิลด์ model
ข้อเท็จจริง (อ่านจากเอกสาร) claude-code-guide ใช้ Haiku และ statusline-setup ใช้ Sonnet
ข้อเท็จจริง (อ่านจากเอกสาร) ไม่พบ flag advisor ในส่วนที่อ่าน
ความเห็น การจับคู่ Sonnet สร้าง / Haiku สำรวจ / Opus ตรวจ เป็นวิธีที่ดีที่สุด (ยังไม่มีหลักฐานเทียบ)
สมมติฐาน Opus ไม่ถูกเรียกพร่ำเพรื่อ ซึ่งขึ้นกับคำสั่งที่เขียนไว้ ไม่ใช่กลไกอัตโนมัติ
ตีความ ประหยัดบริบทของ Opus เพราะ Opus ไม่ต้องอ่านไฟล์ดิบ

ลองใช้

ตัวอย่างประกอบ (ตัวเลขสมมติ คำนวณซ้ำได้)

งานหนึ่งต้องอ่านโค้ด 60 ไฟล์ ไฟล์ละ 2,000 โทเคน และเขียนโค้ดต่อ 20,000 โทเคน ราคาสมมติต่อ 1 ล้านโทเคนขาเข้า: Haiku 1, Sonnet 3, Opus 15 (ดอลลาร์)

แผน การคำนวณ ค่าอ่านและเขียน
ใช้ Opus ทั้งหมด (120,000 + 20,000) × 15 / 1,000,000 2.10
Haiku อ่าน, Sonnet เขียน 120,000 × 1 / 1M + 20,000 × 3 / 1M 0.12 + 0.06 = 0.18
แผนข้างบน บวก Opus ตรวจ 10,000 โทเคน 0.18 + 10,000 × 15 / 1M 0.18 + 0.15 = 0.33

ราคาเป็นตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด ใช้ราคาจริงของแผนคุณแทน และตัวอย่างนี้นับเฉพาะโทเคนขาเข้า

เมื่อไรควรใช้

กรณี ใช้ เหตุผล
โค้ดฐานใหญ่ ต้องสำรวจมาก ใช้ การสำรวจแยกออกไปได้
งานแก้ที่กระทบหลายส่วน ใช้ คุ้มกับการตรวจแผนโดย Opus
แก้บรรทัดเดียว ไม่ใช้ ค่าประสานงานมากกว่าประโยชน์
งานที่รายละเอียดของไฟล์คือสาระ (เช่น หาบั๊กละเอียด) ระวัง สรุปของ Haiku อาจตกรายละเอียด
ต้องมีไฟล์ subagent และเวอร์ชัน Claude Code ที่รองรับ เงื่อนไขเบื้องต้น ตรวจเวอร์ชันก่อน

ก้าวแรกที่เล็กที่สุด

สร้างไฟล์ Explore ที่ใช้ model: haiku อย่างเดียว ใช้กับงานจริง 1 งาน แล้วค่อยเพิ่มที่ปรึกษา Opus

การทดสอบก่อน/หลัง

รายการ ค่า
ตัวชี้วัด % บริบทที่ใช้เมื่อจบงาน, ค่าใช้จ่ายต่องาน, จำนวนรอบแก้ซ้ำ
ฐานเปรียบเทียบ งานชนิดเดียวกัน 3 งานที่ทำด้วยโมเดลเดียว
เงื่อนไขผ่าน (ตั้งก่อนรัน) ค่าใช้จ่ายลดลงอย่างน้อย 30% และจำนวนรอบแก้ซ้ำไม่เพิ่ม
ตัวเลข 30% เกณฑ์สมมติของเรา ปรับตามงานของคุณ

เช็กลิสต์ตัดสินใจ

ข้อ คำถาม สถานะ
1 ยืนยันไวยากรณ์ด้วย claude --help หรือใช้ไฟล์ subagent แล้ว ⚪
2 Explore ใช้ Haiku จริง (ดูจากบันทึกการใช้งาน) ⚪
3 เขียนเงื่อนไขเรียก Opus ไว้ชัด 3 จุด ⚪
4 วัดค่าฐานก่อนเปลี่ยน ⚪

ทดสอบความเข้าใจ

คำถาม คำตอบ คำตอบที่มักผิด
ทำไมให้ Haiku สำรวจ ไม่ใช่เพราะมันฉลาดกว่า งานสำรวจใช้เหตุผลน้อยแต่กินโทเคนมาก และบริบทแยกทำให้ตัวหลักสะอาด "Haiku สำรวจแม่นกว่า"
ถ้าให้ Opus ทำทุกขั้นแต่เพิ่ม subagent จะเหมือนกันไหม ไม่เหมือน ค่าใช้จ่ายและการใช้ Opus กลับมาสูง ประโยชน์อยู่ที่การจำกัดจุดเรียก "เหมือนกัน เพราะมี subagent"
งานหาบั๊กที่ต้องดูทุกบรรทัด ควรให้ Haiku สรุปไหม ระวัง สรุปทำให้ข้อมูลหาย ควรให้ตัวหลักอ่านไฟล์สำคัญเอง "ให้ Haiku สรุปเสมอ จะเร็วกว่า"
พิมพ์คำสั่ง advisor แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ควรสรุปว่าอย่างไร ไวยากรณ์อาจไม่มีในเวอร์ชันนั้น ให้ตรวจ --help และใช้ไฟล์ subagent แทน "Claude Code เสีย"
ตั้ง CLAUDE_CODE_SUBAGENT_MODEL=haiku แล้ว Explore ที่ติดมาจะใช้ Haiku ไหม ไม่จำเป็น ต้องตั้ง ..._FORCE=1 ด้วย หรือสร้าง Explore เอง "ใช้ Haiku ทันที"
ใช้หลายโมเดลแล้วถูกลงแน่ไหม ไม่แน่ ต้องวัด บริบทที่ใช้ซ้ำและการแก้ซ้ำอาจกินส่วนต่างที่ประหยัด "ถูกลงแน่นอน"

Risks

Warning: อย่าตั้งค่าตามคำสั่งที่ยังไม่ยืนยันโดยไม่ตรวจ และอย่าถือว่าการประหยัดเป็นข้อเท็จจริงก่อนวัด

ความเสี่ยง ผลกระทบ วิธีลด
ไวยากรณ์ไม่มีในเวอร์ชันที่ใช้ ตั้งค่าไม่ติด ใช้โมเดลผิดโดยไม่รู้ตัว ตรวจ --help และตรวจโมเดลที่ใช้จริง
สรุปของ Haiku ตกรายละเอียด Sonnet ตัดสินใจจากข้อมูลไม่ครบ ขอให้แนบ path และบรรทัดอ้างอิง
เรียก Opus บ่อยเกิน ค่าใช้จ่ายและโควต้าหมดเร็ว ระบุจุดเรียกไว้ 3 จุดเท่านั้น
ไม่เรียก Opus เลย ไม่ได้การตรวจที่ตั้งใจไว้ ใส่ขั้น "ตรวจก่อนจบ" ในคำสั่งโปรเจกต์
ราคาและชื่อโมเดลเปลี่ยน ตัวเลขในตัวอย่างล้าสมัย ใช้ราคาปัจจุบันของแผนคุณ

ข้อมูลที่ยังขาด

  • ตัวเลขวัดผลจริงของการประหยัดหรือคุณภาพที่เพิ่ม
  • คำนิยามเต็มของฟีเจอร์ advisor (ถ้ามี) และเวอร์ชันที่เริ่มรองรับ
  • วิธีที่ระบบตัดสินว่า Opus "จำเป็น" เมื่อใด ถ้าไม่ได้เขียนกติกาเอง

Decision / next steps

Recommendation: เริ่มจากไฟล์ Explore แบบ Haiku ใช้ 1 สัปดาห์ วัดตามตารางทดสอบ แล้วเพิ่มที่ปรึกษา Opus ถ้าผลผ่านเกณฑ์

Sources

แหล่ง ใช้ยืนยันอะไร วันที่อ่าน
Anthropic, Claude Code docs: Subagents ฟิลด์ model, ลำดับเลือกโมเดล, ตัวแปร CLAUDE_CODE_SUBAGENT_MODEL, Explore ที่ติดมา 2026-10-14

ตัวย่อที่ใช้ในหน้านี้

ตัวย่อ ชื่อเต็ม คืออะไร อ่านค่าอย่างไร
CLI Command-Line Interface โปรแกรมที่สั่งงานด้วยข้อความในเทอร์มินัล claude คือคำสั่ง CLI
ID Identifier ชื่อรหัสของโมเดล claude-opus-5-5 ระบุ Opus 5.5
YAML YAML Ain't Markup Language รูปแบบข้อมูลที่ใช้ใน frontmatter model: haiku คือฟิลด์ model มีค่า haiku
JSON JavaScript Object Notation รูปแบบไฟล์ตั้งค่า {"env": {...}} กำหนดตัวแปรสภาพแวดล้อม
env Environment variables ตัวแปรสภาพแวดล้อมของระบบ CLAUDE_CODE_SUBAGENT_MODEL=haiku

แถว YAML, JSON และ env มาจากความรู้ทั่วไป ไม่ใช่จากนิยามของหัวข้อนี้

Summary

  • แบ่งบทบาท: Sonnet สร้าง, Haiku สำรวจ, Opus ให้คำปรึกษาเฉพาะจุด
  • ตั้งค่าที่เอกสารทางการรองรับ: ไฟล์ subagent ที่มีฟิลด์ model; ไวยากรณ์ claude advisor opus subagents haiku ยังไม่ยืนยัน
  • ผลประหยัดและคุณภาพที่ดีขึ้นยังเป็นการอนุมาน ต้องวัดเอง
  • ก้าวแรก: สร้าง Explore แบบ Haiku แล้ววัดก่อน/หลัง