Knowledge Hub

ใช้ Jev classifier เป็นชั้นกรองข่าวในระบบเทรด

เรียนรู้ว่า Jev คือโมเดล AI ที่ตอบได้แค่ตัวเลือกพร้อมค่าความมั่นใจ เร็วและถูกมาก แล้วนำมาเป็นตัวกรองเชิงคุณภาพเสริมกฎเชิงตัวเลขได้อย่างไรใน 10 รูปแบบ พร้อมวิธีทดสอบว่าได้ผลจริง

AI และเทคโนโลยีอ่าน 17 นาทีเผยแพร่ 20 ตุลาคม 2569

🎯 แก่นของเรื่อง

Jev เป็นโมเดล AI ที่ไม่เขียนประโยค ใช้ได้เฉพาะการ "เลือกคำตอบจากรายการที่เรากำหนด" พร้อมค่าความมั่นใจเป็นเปอร์เซ็นต์ ข้อจำกัดนี้เองทำให้มันตอบในเวลาไม่ถึงวินาทีและมีต้นทุนต่ำมาก เหมาะเป็นด่านตรวจเชิงคุณภาพ (ข่าว เอกสาร คำประกาศ) ที่อยู่ข้างหน้ากฎเชิงตัวเลขเดิมของเรา

ทำไมจึงได้ผล (กลไกเหตุ-ผล)

ขั้น เกิดอะไรขึ้น ผลที่ตามมา
1 กฎในโค้ดบอกได้แค่ "ราคาตัดเส้นหรือยัง" แต่ไม่รู้ว่าทำไมราคาเคลื่อน สัญญาณบางตัวเกิดจากข่าวร้ายหรือข่าวซื้อกิจการ
2 ส่งข่าวให้ Jev จัดหมวดเป็นตัวเลือกปิด เช่น yes/no ได้ผลลัพธ์ที่ระบบเขียนเงื่อนไขต่อได้ทันที
3 ค่าความมั่นใจเทียบเกณฑ์ (ในตัวอย่างส่วนใหญ่คือ 50%) โค้ดตัดสินใจ เข้า ข้าม หรือปิดสถานะ อัตโนมัติ
4 ตอบเร็วและถูก ตรวจได้ทุกสัญญาณ ทุกดีล ไม่ต้องเลือกตรวจแค่บางตัว

20% ที่สำคัญที่สุด

  • ใช้ Jev กับงานจัดหมวดข้อความ ไม่ใช้ทำนายราคา ไม่ใช้คำนวณ
  • ให้ Jev ตอบเป็นหมวดหรือ yes/no เสมอ แล้วให้โค้ดเดิมเป็นผู้ตัดสินจากเกณฑ์ เช่น 50%
  • ให้ Jev เป็น "ตัวกรองเสริม" ของกฎเดิม ไม่ใช่ตัวแทนกฎเดิม

สิ่งที่รอได้: การตั้งค่า dashboard, การรวมหลายตัวกรอง, การปรับเกณฑ์ละเอียด

📈 ช่วยให้ดีขึ้นอย่างไร

สถานการณ์ ไม่มี Jev มี Jev วัดอย่างไร ป้ายหลักฐาน
กลยุทธ์ EMA crossover พื้นฐาน เข้าทุกสัญญาณ ผลตอบแทน 5.7% ในช่วงทดสอบ ข้ามสัญญาณที่ความเสี่ยงข่าวเกิน 50% ผลตอบแทน 7.4% ผลตอบแทนช่วงทดสอบเดียวกัน วัดแล้ว (5.7% เทียบ 7.4%; ไม่ระบุความยาวช่วงทดสอบ)
เทรด gap หลังประกาศงบ เทรดทุก gap ตามราคาอย่างเดียว ขาดทุนเฉลี่ยราว 1% ต่อดีล เปิดเฉพาะเมื่อ guidance ไปทางเดียวกับ gap เฉลี่ยต่อดีลดีกว่า กำไรเฉลี่ยต่อดีล วัดแล้ว สำหรับตัวเลขราว 1% ขาดทุน; ขนาดกำไรหลังใช้ Jev ไม่มีใน transcript
Breakout ทั้งตลาดในหนึ่งวัน 30 ผู้ผ่านเกณฑ์ราคา/ปริมาณ เหลือ 24 ที่มีข่าวเป็นเหตุผลจริง ต้นทุนรวม 1 เซนต์ จำนวนผู้ผ่าน, ต้นทุน วัดแล้ว (30 → 24; 1 เซนต์) แต่ไม่ได้วัดว่า 24 ตัวทำกำไรดีกว่า
รายงาน 13D 19 รายงาน 6 รายงานที่มีแคมเปญจริง ต้นทุน 2 เซนต์ จำนวนที่เข้ากลยุทธ์ วัดแล้ว (19 → 6; 2 เซนต์) ไม่ได้วัดผลกำไร
ปฏิทินเหตุการณ์ล่วงหน้า อ่าน 67 แหล่ง ได้ 27 เหตุการณ์ที่ระบุได้ จำนวนเหตุการณ์ที่เข้ากลยุทธ์ วัดแล้ว (67 → 27) ไม่ได้วัดผลกำไร
ทำนายทิศทางราคารายวัน - ไม่ดีกว่าการสมมติว่าราคาเดินต่อทิศเดิม (ทดสอบ 142 วัน) ความแม่นทิศทาง วัดแล้ว: ไม่มีข้อได้เปรียบ
ตรวจดีลของ AI agent ก่อนส่งออเดอร์ ส่งออเดอร์หลังเช็กตัวเลขเท่านั้น บล็อกดีลที่ผิดกฎ มีอารมณ์ หรือไม่มี stop-loss จำนวนดีลที่ถูกบล็อก, ดีลผิดกฎที่หลุด ตีความ / ยังไม่ทดสอบ (ไม่มีตัวเลข)
ปุ่มฉุกเฉินสำหรับสถานะที่ถือ ต้องเฝ้าข่าวเอง ปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อข่าวร้ายเกินเกณฑ์ เวลาจากข่าวถึงปิดสถานะ ตีความ / ยังไม่ทดสอบ

ข้อควรระวัง: ตัวเลขทั้งหมดมาจากการทดสอบย้อนหลังชุดเล็กตามที่ผู้พูดยกตัวอย่าง ไม่มีข้อมูลเรื่องค่าธรรมเนียม slippage หรือความเสถียรข้ามช่วงเวลา จึงยังสรุปไม่ได้ว่าจะซ้ำได้ในอนาคต

🧪 ลองใช้

ตัวอย่างประกอบ (ตัวเลขของเราเอง ไม่ได้มาจากวิดีโอ)

สมมติกฎ EMA ให้สัญญาณซื้อ 10 ครั้ง Jev ให้คะแนนความเสี่ยงข่าว (โอกาสเป็นข่าว buyout หรือข่าวร้ายร้ายแรง) ดังนี้

ครั้งที่ ความเสี่ยงจาก Jev ตัดสินใจ (เกณฑ์ 50%)
1 12% เข้า
2 71% ข้าม
3 30% เข้า
4 55% ข้าม
5 8% เข้า

คำนวณซ้ำได้เอง: เกณฑ์ "มากกว่า 50% ให้ข้าม" ทำให้ครั้งที่ 2 และ 4 ถูกตัด เหลือเข้า 3 จาก 5 ครั้ง (60%) จากนั้นนำผลตอบแทนของ 3 ครั้งที่เหลือไปเทียบกับผลตอบแทนทั้ง 5 ครั้ง

เมื่อไรควรใช้ / ไม่ควรใช้

สถานการณ์ ใช้ Jev? เหตุผล
จัดหมวดข่าว/เอกสารเป็นตัวเลือกปิด ใช้ ตรงจุดประสงค์ของโมเดล
ต้องตัดสินใจเร็วระดับ "ทันทีทันใด" เช่น ราคาตัดเส้น ไม่ใช้ กฎในโค้ดเร็วกว่า Jev ที่ตอบในไม่ถึงวินาที
คำนวณตัวเลข/อัลกอริทึมเชิงปริมาณ ไม่ใช้ ผู้พัฒนาระบุว่าไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคำนวณ
ทำนายราคาขึ้น/ลง ไม่ใช้ ทดสอบ 142 วันแล้วไม่ดีกว่าสมมติว่าราคาเดินต่อ
ตรวจซ้ำจำนวนมากต่อวัน ใช้ ต้นทุน 4.2 เซนต์ต่อ 1 ล้าน token ที่อ่านเข้า

ข้อกำหนดเบื้องต้น: เครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI (Claude Code หรือ ChatGPT Codex), บัญชี OpenRouter พร้อม API key, และกฎเทรดเดิมอย่างน้อยหนึ่งกฎ

ก้าวแรกที่เล็กที่สุด

  1. สมัครบัญชี OpenRouter แล้วสร้าง API key เก็บไว้ในไฟล์ ENV เพื่อให้โมเดล AI ที่ช่วยเขียนโค้ดไม่ต้องอ่านคีย์
  2. เลือกกฎเดิมของคุณ 1 กฎ (เช่น EMA หรือซื้อเมื่อ RSI ต่ำ)
  3. ขอให้ AI เขียนโค้ดเพิ่มด่าน "ข่าวร้ายหรือ buyout หรือไม่ yes/no" ก่อนเข้าออเดอร์ พร้อมเกณฑ์ 50%
  4. รันย้อนหลังเทียบสองแบบ

การทดสอบก่อน-หลัง

รายการ ค่าที่ตั้ง
ตัวชี้วัด ผลตอบแทนรวม, จำนวนดีลที่ถูกข้าม, ผลของดีลที่ถูกข้าม
Baseline กฎเดิมเข้าทุกสัญญาณในช่วงข้อมูลเดียวกัน
เงื่อนไขผ่าน (กำหนดก่อนรัน) ผลตอบแทนหลังกรองไม่ต่ำกว่า baseline และดีลที่ข้ามมีผลเฉลี่ยแย่กว่าดีลที่เก็บ
ข้อควรทำ ทดสอบนอกช่วงข้อมูล (out-of-sample) อีกชุดหนึ่งก่อนใช้เงินจริง

✅ ทดสอบความเข้าใจ

คำถาม คำตอบ คำตอบผิดที่พบบ่อย
ทำไมไม่ใช้ Jev ตรวจว่าราคาตัดเส้นค่าเฉลี่ย 300 วันหรือยัง กฎในโค้ดทำได้ทันที Jev ตอบในไม่ถึงวินาที และงานนี้ไม่มีส่วนเชิงคุณภาพ "เพราะ Jev แพง" (จริง ๆ ถูกมาก)
Jev ตอบ "yes" 94% ใน "ข่าวนี้ร้ายไหม" หมายความว่าอย่างไร ความมั่นใจของโมเดลว่าใช่ ใช้เทียบเกณฑ์ เกิน 50% ปิดสถานะ ไม่การันตีราคาลง เข้าใจว่าราคามีโอกาสตก 94%
EMA ให้สัญญาณซื้อ แต่ Jev ให้ความเสี่ยง buyout 71% ควรทำอย่างไร ข้ามการเข้า เพราะเกินเกณฑ์ 50% (เหมือนกรณี EOG ในตัวอย่าง) ยังเข้าเพราะกฎ EMA ถูกทดสอบมาแล้ว
ถ้าอยากรู้ว่าหุ้นขึ้นพรุ่งนี้หรือไม่ ใช้ Jev ได้ไหม ไม่ควร เพราะทดสอบ 142 วันแล้วไม่ดีกว่าการสมมติว่าราคาเดินต่อทิศเดิม คิดว่าโมเดลเร็วก็ต้องทำนายแม่น
ผลตอบแทน 5.7% → 7.4% พิสูจน์ว่าวิธีนี้ใช้ได้ทุกกรณีหรือไม่ ไม่ ทดสอบเดียว ช่วงเดียว กลยุทธ์พื้นฐาน ต้องทดสอบซ้ำกับข้อมูลตัวเอง สรุปว่าใช้แล้วได้ผลตอบแทนเพิ่ม 1.7 จุดทุกครั้ง
ทำไม Jev ตอบ "สรุปข่าวให้หน่อย" ไม่ได้ ตอบได้เฉพาะเลือกจากรายการตัวเลือกที่กำหนด ไม่เขียนประโยค คิดว่าใช้แทน ChatGPT/Claude ได้ทุกงาน

🧠 Jev คืออะไรและทำงานอย่างไร

Jev เป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดจากผู้พัฒนาที่ถอดเสียงว่า Type Safe (ผู้ก่อตั้งเคยเป็นนักวิจัย OpenAI) แต่หลักการต่างจากโมเดลภาษาทั่วไปโดยสิ้นเชิง เพราะไม่สร้างประโยค ใช้เพื่อการตัดสินใจโดยเฉพาะ

คุณสมบัติ รายละเอียด
รูปแบบคำตอบ เลือกจากรายการที่ให้ (true/false, yes/no หรือหลายตัวเลือก)
ค่าความมั่นใจ แนบเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น "yes" 94%
ความเร็ว ตอบในไม่ถึงวินาที เทียบกับ ChatGPT/Claude ที่ใช้หลายวินาทีถึงนาที
ต้นทุน 4.2 เซนต์ต่อ 1 ล้าน token ที่อ่านเข้า และผลลัพธ์ไม่คิดเงิน
ข้อจำกัดที่ผู้พัฒนาระบุ ไม่ได้ออกแบบสำหรับการคำนวณ ให้ใช้โค้ดแทน

รูปแบบการใช้งานพื้นฐาน

  1. ให้ระบบส่งข้อความ (ข่าว เอกสาร) ไปยัง Jev พร้อมคำถามและตัวเลือก
  2. Jev ส่งตัวเลือกที่เหมาะที่สุด พร้อมความมั่นใจ
  3. โค้ดเทียบกับเกณฑ์ (ในตัวอย่างส่วนใหญ่ 50%) แล้วสั่งงาน

ตัวอย่างเริ่มต้น

มีหุ้นที่ถืออยู่ แล้วมีข่าว CEO ถูกปลด ระบบส่งข่าวทุกชิ้นให้ Jev ถาม "ข่าวนี้ร้ายไหม" ถ้าโอกาส "yes" เกิน 50% ให้ขายสถานะทันที

🛠️ เตรียมระบบ

สิ่งที่ต้องมี ใช้ทำอะไร
Claude Code (หรือ ChatGPT Codex หากใช้แผน ChatGPT) ให้ AI ช่วยเขียนโค้ดเชื่อม Jev กับระบบเทรด
OpenRouter API key เชื่อมต่อกับโมเดล Jev: สมัครที่ openrouter.ai แล้วสร้างคีย์
ไฟล์ ENV เก็บคีย์ เพื่อให้โมเดล AI ไม่ต้องอ่านคีย์

ผู้พูดมี prompt สำเร็จรูปสำหรับแต่ละตัวอย่าง แต่เนื้อหา prompt ไม่มีใน transcript หน้านี้จึงให้โครงสร้างการออกแบบแทน

🔟 10 รูปแบบการใช้งาน

1. Gap scanner สำหรับหุ้น microcap

  • กฎโค้ด: หาหุ้นเล็กที่เปิดตลาดสูงขึ้นอย่างน้อย 20%
  • Jev อ่านข่าวแล้วตอบ 3 ชุด: ประเภทข่าว (promo/ไม่มีข่าวจริง, fundraising, เนื้อหาข่าว), โอกาสที่บริษัทกำลังระดมทุน (เช่น ออกหุ้นเพิ่ม), ความสำคัญของประกาศ (เล็กน้อย สำคัญ ไม่มีเลย)
  • กลยุทธ์ด้านล่างตัดสิน "take" หรือ "skip" จากผลของ Jev

2. กรองสัญญาณ EMA crossover

  • กฎโค้ด: EMA 20 วันตัด EMA 50 วันจากล่างขึ้นบน
  • ก่อนซื้อ ให้ Jev จัดหมวดความเสี่ยงของข่าว (เช่น buyout หรือข่าวลบร้ายแรง) พร้อมความมั่นใจ
  • ถ้าความเสี่ยงใดเกิน 50% ข้ามการเข้า ถ้าไม่ ทำตาม EMA ต่อ
  • ผล: 5.7% (ทุกสัญญาณ) เทียบ 7.4% (ข้ามสัญญาณเสี่ยง)
  • ตัวอย่าง EOG วันที่ 7 ตุลาคม: เกิด EMA crossover, Jev พบว่าข้อมูลเรื่อง buyout เป็นเท็จ (ถอดเสียงเป็น "ransom" จึงตีความตามบริบท), โอกาสมีปัญหาร้ายแรง 71%, ข่าวบริษัทเป็นสาเหตุการเคลื่อนไหว 61% เมื่อความเสี่ยงเกิน 50% จึงจะข้ามการเข้า
  • ปรับใช้ได้กับกลยุทธ์อื่น เช่น ซื้อเมื่อ RSI ต่ำแล้วตรวจข่าวร้ายก่อนเปิดสถานะ

3. ตัวตรวจดีลสำหรับ AI trading agent

  • ปัญหา: agent เช็กตัวเลขแล้วส่งออเดอร์ทันที
  • วิธีแก้: ดีลที่ agent เสนอต้องผ่าน Jev ก่อน ตรวจการละเมิดกฎ การเทรดด้วยอารมณ์ และการไม่มี stop-loss
  • ถ้ามีความเสี่ยงใดเกิน 50% ไม่เปิดดีล ถ้าทุกข้อต่ำกว่า 50% อนุญาตให้ปิดดีล (ขึ้นกับกฎโบรกเกอร์และโปรไฟล์ความเสี่ยงของตัวเอง)
  • ความเร็วต่ำกว่าวินาทีทำให้ใช้กับเทรดระหว่างวันได้ และถูกพอที่จะตรวจทุกดีล ซึ่งผู้พูดชี้ว่าถ้าใช้ ChatGPT หรือ Claude จะแพงเกินไป

4. ปุ่มฉุกเฉิน (panic button) สำหรับหุ้นที่ถืออยู่

  • Jev อ่านทุกพาดหัวข่าวของหุ้นที่ถือทันทีที่ออก
  • จัดหมวด 3 ด้าน: ประเภทเหตุการณ์ ความรุนแรง และความกะทันหัน
  • ถ้าด้านใดเกิน 50% โค้ดส่งสัญญาณไปยังระบบเทรดให้ปิดสถานะ
  • ตัวอย่างข่าวร้าย: การประกาศล่วงหน้า/ออกหุ้น (ถอดเสียงว่า "pre-issue" ไม่ชัด), ปรับลด guidance, CEO ลาออก
  • ใช้งานจริงไม่บ่อย แต่ผู้พูดมองว่ามีไว้เป็นกลไกเบื้องหลังเผื่อข่าวร้ายแรงใน 3-6 เดือนข้างหน้า

5. Earnings guidance

  • สมมติฐาน: การเคลื่อนไหวหลังประกาศงบส่วนใหญ่ขึ้นกับ guidance
  • ข้อมูลราคาบอกทิศทาง gap; Jev อ่านรายงานแล้วตอบว่า guidance ถูกปรับขึ้น คงเดิม หรือลด และมุมมองบวกมากเพียงใด
  • โค้ดจับคู่ได้ 3 สถานการณ์: gap ขึ้น + guidance ขึ้น = long, gap ลง + guidance ลด = short, อย่างอื่นไม่เทรด
  • เทรดทุก gap ตามราคาอย่างเดียว ขาดทุนราว 1% ต่อดีล ส่วนวิธีนี้ได้กำไรเฉลี่ยมากกว่า

6. Catalyst ล่วงหน้าสำหรับ swing trader

  • บริษัทประกาศเหตุการณ์ เช่น การตัดสินใจของ FDA, เปิดตัวผลิตภัณฑ์, investor day ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ และราคามักขึ้นก่อนวันงาน
  • โค้ดดึงวันที่จากประกาศ แล้ว Jev ตอบ: ประเภทเหตุการณ์, วางแผนไว้จริงหรือไม่, วันที่ไหนเป็นวันงานจริง
  • ได้ปฏิทินเหตุการณ์ เมื่อใช้กับกฎแนวโน้มราคาง่าย ๆ ก็ซื้อก่อนวันงานและปิดก่อนวันนั้น
  • ผล: 67 แหล่ง เหลือ 27 เหตุการณ์ที่ระบุได้
  • สมมติฐานของกลยุทธ์: ราคาขึ้นในช่วงระหว่างประกาศถึงวันงาน

7. Breakout scanner ทั่วตลาด

  • กฎโค้ด: หุ้นทำ new high พร้อมปริมาณสูง
  • Jev อ่านข่าวแล้วตอบ: มีเหตุผลจริงต่อการเคลื่อนไหวหรือไม่, บริษัทถูกซื้อกิจการหรือไม่ (และประเภทเหตุผล), เหตุผลคืออะไร
  • เงื่อนไข: โอกาสมีเหตุผลจริงเกิน 50% และ ความเสี่ยงถูกซื้อกิจการต่ำกว่า 50% จึงใช้กลยุทธ์ breakout
  • ผลทดสอบหนึ่งวัน: 30 ผู้ผ่านเกณฑ์ มี 24 ที่มีข่าวจริง ต้นทุนทั้งตลาด 1 เซนต์

8. ติดตาม activist investor

  • เมื่อกองทุนถือหุ้นตั้งแต่ 5% ขึ้นไปต้องยื่น Form 13D ต่อ SEC ส่วนหนึ่ง (ถอดเสียงเป็น "point four") อธิบายแผนของกองทุน
  • Jev อ่านส่วนนั้นแล้วตอบ: แผนของกองทุนคืออะไร ก้าวร้าวแค่ไหน และมีการพูดคุยกับบอร์ดหรือไม่
  • เฉพาะแคมเปญที่ active หรือเปิดเผยจึงเข้ากลยุทธ์ activism
  • ผล: 19 รายงาน มี 6 ที่เป็นแคมเปญจริง ต้นทุน 2 เซนต์

9. Sector / peer strategy

  • เมื่อหุ้นใหญ่ gap หรือขึ้นเพราะข่าว นักเทรดมักแห่เข้าหุ้นอื่นในกลุ่ม แต่หลายตัวไม่เกี่ยวกับข่าวนั้น
  • Jev อ่านข่าวกับคำอธิบายธุรกิจของแต่ละบริษัทในกลุ่ม แล้วจัดอันดับตัวที่ได้รับผลจริง
  • ต่อยอดเป็น peer ranking dashboard ได้

10. ชั้นเสริมกับระบบที่มีอยู่

ผู้พูดสรุปว่ามีวิธีใช้อีกมาก แต่ส่วนใหญ่คือการตรวจเชิงคุณภาพหรือเป็นด่านเช็กเสริมกฎเชิงปริมาณเดิม ใช้ได้ทั้งเทรดสั้น ถือยาว และ swing

⚖️ ข้อเท็จจริง เทียบกับความเห็นและข้อสันนิษฐาน

ประเภท เนื้อหา
ข้อเท็จจริง (ตามที่ระบุ) เลือกคำตอบจากรายการ; 4.2 เซนต์/ล้าน token; ตอบไม่ถึงวินาที; ไม่ใช่เครื่องคำนวณ
ผลทดสอบที่ยกมา ทำนาย 142 วันไม่ชนะ; EMA 5.7→7.4%; breakout 30→24; 13D 19→6; ปฏิทิน 67→27
ความเห็น การตรวจข่าวง่าย ๆ "ช่วยปรับปรุงผลได้มาก" เป็นความเห็น มีตัวเลขเพียงบางกลยุทธ์
ความเห็น ตรวจดีลด้วย ChatGPT/Claude แพงเกินไป เป็นการเทียบเชิงเหตุผล ไม่มีตัวเลข
สมมติฐาน ราคามักขึ้นก่อนเหตุการณ์ล่วงหน้า; เกณฑ์ 50% เหมาะสม; ข่าวร้ายแรงเกิดไม่บ่อย
ไม่มีใน transcript prompt สำเร็จรูป, ขนาดตัวอย่าง, ช่วงเวลาทดสอบ, ค่าธรรมเนียมและ slippage

⚠️ Risks

Warning: ตัวเลขผลตอบแทนทั้งหมดมาจากการทดสอบย้อนหลังแบบสั้นที่ยกเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน และไม่มีการรับประกันกำไร ต้องทดสอบกับข้อมูลและกฎของตัวเองก่อนใช้เงินจริง

ความเสี่ยง/ข้อผิดพลาด ผลที่ตามมา วิธีลดความเสี่ยง
ใช้ Jev ทำนายราคา ไม่มีข้อได้เปรียบตามผลทดสอบ 142 วัน ใช้เฉพาะจัดหมวดข้อความ
ตีค่าความมั่นใจเป็นความน่าจะเป็นของราคา ตัดสินใจผิดทิศ อ่านเป็นความมั่นใจของการจัดหมวด
ใช้ Jev แทนกฎความเร็วสูง ช้ากว่ากฎโค้ด ให้โค้ดทำงานที่ต้องทันที
ใช้ Jev คำนวณ ผิดวัตถุประสงค์ของโมเดล ใช้โค้ดคำนวณ
เกณฑ์ 50% ใช้โดยไม่ทดสอบ ตัดมากหรือน้อยเกิน ทดสอบหลายเกณฑ์ในข้อมูลนอกตัวอย่าง
ใช้ปุ่มฉุกเฉินแล้วสัญญาณผิด ปิดสถานะโดยไม่จำเป็น เก็บล็อก ตรวจ false positive
ให้โมเดลอ่านคีย์ คีย์รั่ว เก็บใน ENV
ข่าวผิดหรือครบไม่พอ Jev จัดหมวดจากข้อมูลที่ขาด ตรวจคุณภาพแหล่งข่าว

🧭 Decision / next steps

Recommendation: เริ่มจากกฎเดิมหนึ่งกฎ เพิ่มด่านข่าว yes/no หนึ่งข้อ รันย้อนหลังเทียบ baseline ด้วยเกณฑ์ที่ตั้งไว้ก่อน แล้วค่อยขยายไปรูปแบบอื่น

Checklist ก่อนใช้จริง

ข้อ รายการตรวจ สถานะ
1 คำถามของ Jev เป็นตัวเลือกปิดและมีคำตอบชัด ⚪
2 งานนี้เป็นการจัดหมวดข้อความ ไม่ใช่ทำนายราคาหรือคำนวณ ⚪
3 กำหนดเกณฑ์ผ่านและ baseline ก่อนรัน ⚪
4 คีย์อยู่ใน ENV ⚪
5 ทดสอบนอกช่วงข้อมูลที่ใช้ปรับค่า ⚪
6 มีแผนรับมือเมื่อ Jev ผิดหรือระบบล่ม ⚪

Sources

สถาบัน ใช้กับเรื่อง
U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) Form 13D ที่ผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 5% ต้องยื่น (ตามที่อธิบายในเนื้อหา)

ตัวย่อที่ใช้ในหน้านี้

ตัวย่อ ชื่อเต็ม คืออะไร อ่านค่าอย่างไร
AI Artificial Intelligence ปัญญาประดิษฐ์ Jev คือโมเดล AI
API Application Programming Interface ช่องทางให้โปรแกรมเรียกบริการ API key คือรหัสเข้าใช้ OpenRouter
ENV Environment file ไฟล์เก็บค่าลับ เช่น คีย์ ใส่คีย์ใน ENV เพื่อไม่ให้โมเดลอ่าน
CEO Chief Executive Officer ผู้บริหารสูงสุด ข่าว CEO ถูกปลดเป็นข่าวร้าย
EMA Exponential Moving Average ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบถ่วงน้ำหนักข้อมูลล่าสุด EMA 20 วันตัดขึ้น EMA 50 วัน = สัญญาณซื้อ
RSI Relative Strength Index ตัวชี้วัดแรงซื้อขายในช่วงที่ผ่านมา RSI ต่ำ = ราคาลงมามาก (ใช้หา dip)
FDA Food and Drug Administration หน่วยงานกำกับยาและอาหารของสหรัฐฯ การตัดสินใจของ FDA เป็น catalyst
SEC Securities and Exchange Commission ผู้กำกับตลาดทุนสหรัฐฯ Form 13D ยื่นต่อ SEC
13D Schedule/Form 13D แบบรายงานเมื่อถือหุ้นตั้งแต่ 5% 19 รายงาน มี 6 แคมเปญจริง
EOG ตัวย่อหุ้น (ticker) หุ้นที่ใช้เป็นตัวอย่าง ความเสี่ยง 71% > 50% จึงข้ามการเข้า
% เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนต่อ 100 "yes" 94% = ความมั่นใจ 94%
token หน่วยข้อความที่โมเดลอ่าน ใช้คิดราคา 4.2 เซนต์ต่อ 1 ล้าน token
long / short ซื้อ / ขายชอร์ต เปิดสถานะเก็งขึ้น / เก็งลง gap ขึ้น + guidance ขึ้น = long
gap ช่องว่างราคา ราคาเปิดต่างจากปิดก่อนหน้า gap ขึ้น 20%
microcap หุ้นมูลค่าตลาดเล็กมาก หุ้นเล็ก ผันผวนสูง เปิดสูงขึ้น 20%

แถวที่มาจากความรู้ทั่วไป ไม่ใช่นิยามใน transcript: AI, API, ENV, EMA, RSI, FDA, SEC, 13D, long/short, gap, microcap, token (คำอธิบายความหมาย) ส่วน EOG ใช้เป็นชื่อ ticker ตามที่ปรากฏ

Summary

  • Jev เป็นโมเดลตัดสินใจ เลือกคำตอบจากรายการพร้อมค่าความมั่นใจ ตอบไม่ถึงวินาที ราคาถูกมาก
  • ใช้เป็นชั้นกรองเชิงคุณภาพ (ข่าว เอกสาร ประกาศ) ก่อนกฎเชิงตัวเลขเดิมตัดสิน ไม่ใช่ตัวแทนกฎเดิม
  • ไม่ใช้ทำนายราคาหรือคำนวณ และไม่ใช้แทนกฎที่ต้องทันที
  • ตัวเลขที่ยกมาน่าสนใจ (5.7% → 7.4%, 30 → 24, 19 → 6, 67 → 27) แต่เป็นการทดสอบสั้น ต้องทดสอบซ้ำกับข้อมูลตัวเอง
ตัวเลขสำคัญ ค่า
ต้นทุน 4.2 เซนต์ต่อ 1 ล้าน token
เกณฑ์ที่ใช้บ่อย 50%
ทดสอบทำนายทิศทาง 142 วัน ไม่ดีกว่าสมมติว่าราคาเดินต่อ
ต้นทุนสแกน breakout ทั้งตลาด 1 เซนต์
ต้นทุนประมวลผล 13D 2 เซนต์

ภาพประกอบที่หน้านี้ไม่มี

บางช่วงผู้สอนอธิบายผ่านภาพบนจอ และหน้านี้ไม่ได้ถอดภาพเหล่านั้นมา (ภาพประกอบไม่ได้ถอดมา)

เวลา ภาพที่อ้างถึง ผู้พูดพูดถึงภาพนี้ว่า
01:09 ภาพประกอบตัวอย่างการทำงานของ Jev ตัวอย่างข่าว CEO ถูกปลด ให้ Jev ตอบ yes/no ว่าร้ายไหม (ภาพประกอบไม่ได้ถอดมา)
04:19 ภาพประกอบสิ่งที่ต้องใช้สร้าง use case ต้องมี Claude Code หรือ ChatGPT Codex, OpenRouter key และ API key (ภาพประกอบไม่ได้ถอดมา)
04:51 ภาพประกอบ gap scanner สำหรับ microcap ตัวอย่างแรก สแกนหุ้นเล็กเปิดสูงอย่างน้อย 20% ให้ Jev อ่านข่าว (ภาพประกอบไม่ได้ถอดมา)
08:29 ภาพตัวอย่างหุ้น EOG ตัวอย่าง EOG 7 ตุลาคม เกิด EMA crossover Jev ให้ความเสี่ยง 71% (ภาพประกอบไม่ได้ถอดมา)
11:38 ภาพ prompt สำหรับปุ่มฉุกเฉิน มี prompt ให้ใช้กับสถานะระยะยาว โดยเพิ่ม ticker ที่ถือ (ภาพประกอบไม่ได้ถอดมา)
14:06 ภาพ prompt สำหรับกลยุทธ์ตามเหตุการณ์ล่วงหน้า มี prompt สำหรับ swing trader ที่ซื้อก่อนวันเหตุการณ์ (ภาพประกอบไม่ได้ถอดมา)
15:50 ภาพผลทดสอบ breakout ทั้งตลาด 30 ผู้ผ่านเกณฑ์ 24 ตัวมีข่าวจริง ต้นทุนรวม 1 เซนต์ (ภาพประกอบไม่ได้ถอดมา)
Facebook

ความรู้ที่เกี่ยวข้อง