🎯 แก่นของเรื่อง
ทั้ง 8 มาตรการใช้แนวคิดเดียวกัน คือ ผ่อนกติกาที่ตัดสินจากชนิดของผู้ลงทุน แล้วกำกับตามพฤติกรรมการซื้อขายจริงแทน ในภาวะปกติตลาดควรถูกและลื่นขึ้น เมื่อเกิดแรงขายผิดปกติหรือมีการส่งคำสั่งที่ไม่ตั้งใจจับคู่ ตลาดจะเพิ่มแรงเสียดทานเฉพาะตรงนั้น
กลไกที่ทำให้ได้ผล (เหตุและผล)
| ฝั่ง | มาตรการ | เหตุ → ผลที่ตั้งใจ |
|---|---|---|
| ลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่อง | ลด Tick Size ช่วงราคา 5–50 บาท | ช่องราคาแคบลง → ส่วนต่างราคา (spread) แคบลง → จับคู่ได้ง่ายขึ้น ต้นทุนต่ำลง |
| ลดข้อจำกัดที่ไม่จำเป็น | ยกเลิก DPB, ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ของ HFT, ยกเลิก MRT | ลดกติกาที่กันการซื้อขายหรือเพิ่มภาระระบบ → คล่องขึ้น โดยเฉพาะหุ้นสภาพคล่องต่ำ |
| เพิ่มเบรกเฉพาะจุด | Uptick เมื่อราคาปิดลง 10% ขึ้นไป, จำกัดชอร์ตเฉพาะหุ้นสภาพคล่องสูง | แรงขายถูกชะลอเฉพาะช่วงผันผวน → ไม่เพิ่มต้นทุนในวันปกติ |
| กำกับตามพฤติกรรม | ขึ้นทะเบียนตามพฤติกรรม, ค่าธรรมเนียม OTR สูง | ผู้ใช้ระบบหนักโดยไม่ตั้งใจซื้อขายต้องรับต้นทุน → คำสั่งที่ไม่มีเจตนาจับคู่ลดลง |
20% ที่สำคัญที่สุดในทางปฏิบัติ
- ผู้ลงทุนทั่วไป: มาตรการ 1, 2, 3 และ 6 กระทบโดยตรง เพราะเกี่ยวกับราคาที่เห็นบนหน้าจอ การขายชอร์ต และกรอบราคา
- ผู้ใช้ API หรือระบบอัตโนมัติ: มาตรการ 4 และ 5 กระทบโดยตรง ต้องรู้ OTR ของบัญชีตนเอง
- รอได้: มาตรการ 7 และ 8 เป็นการยกเลิกข้อจำกัด ส่วนใหญ่กระทบบริษัทสมาชิกและผู้ทำ HFT
📅 ข้อเท็จจริงพื้นฐาน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันบังคับใช้ | 16 พฤศจิกายน 2569 |
| จำนวนมาตรการ | 8 ข้อ |
| ที่มา | เปิดรับฟังความคิดเห็นเดือนพฤษภาคม 2569 และคณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นชอบแล้ว |
| วัตถุประสงค์ที่ ตลท. ระบุ | ยกระดับคุณภาพและความเท่าเทียมของตลาด ลดความผันผวนผิดปกติของราคา |
| วัตถุประสงค์ที่ ตลท. ระบุ (ต่อ) | กำกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และสอดคล้องแนวปฏิบัติสากล |
| หลักการ | สมดุลระหว่างสภาพคล่องกับเสถียรภาพ ลดต้นทุนทุกกลุ่มผู้ลงทุน กำกับตามพฤติกรรมจริง |
| วิสัยทัศน์ที่ ตลท. ใช้ | "The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities" |
🔎 รายละเอียดทั้ง 8 มาตรการ
มาตรการ 1: ลด Tick Size ช่วงราคา 5–50 บาท
- คืออะไร: Tick Size คือช่องราคาที่เล็กที่สุดที่ราคาเสนอซื้อขายขยับได้
- ทำไม: ช่องที่ห่างทำให้ส่วนต่างราคาซื้อกับขายกว้าง ต้นทุนแฝงของทุกคำสั่งสูงขึ้น
- ผล: ส่วนต่างราคาแคบลง จับคู่ได้ง่ายขึ้น ต้นทุนผู้ลงทุนทุกกลุ่มลดลง
- ข้อมูลที่ยังไม่มี: ตลท. ไม่ได้ระบุขนาด Tick Size ใหม่เป็นตัวเลขในสรุปที่อ่าน ต้องดูหนังสือเวียนฉบับเต็ม
มาตรการ 2: ปรับเกณฑ์ราคาขายชอร์ต
| สถานการณ์ | เกณฑ์ที่ใช้ | ราคาขายชอร์ตต้อง |
|---|---|---|
| ภาวะปกติ | Zero-Plus Tick | เท่ากับหรือสูงกว่าราคาซื้อขายครั้งล่าสุด |
| หลักทรัพย์ปิดลดลงตั้งแต่ 10% จากราคาปิดวันก่อนหน้า | Uptick ในวันทำการถัดไป | สูงกว่าราคาซื้อขายครั้งล่าสุด |
- เป้าหมายคือชะลอแรงขายตอนตลาดผันผวน โดยไม่เพิ่มต้นทุนหรือลดสภาพคล่องในภาวะปกติ
- จุดต่างคือ Zero-Plus ยอมให้ขาย ที่ราคาเท่ากับ ราคาล่าสุด ส่วน Uptick ไม่ยอม
มาตรการ 3: จำกัดการขายชอร์ตเฉพาะหลักทรัพย์สภาพคล่องสูง
ขายชอร์ตได้เฉพาะหลักทรัพย์ในกลุ่มต่อไปนี้
- กลุ่ม SET100
- หลักทรัพย์อ้างอิงของ Single Stock Futures
- DR และ ETF
มาตรการ 4: ปรับลักษณะการซื้อขายที่ต้องขึ้นทะเบียน
- พิจารณาจากการใช้ช่องทางส่งคำสั่งเฉพาะราย (Dedicated API) หรือการซื้อขายแบบ HFT
- ปัจจัยที่ดู: ความถี่และความเร็วในการส่งคำสั่ง สถานะคงค้างสิ้นวัน และมูลค่าการซื้อขายรายวัน
- ข้อมูลที่ยังไม่มี: ค่าเกณฑ์ตัวเลขของแต่ละปัจจัย
มาตรการ 5: ค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับบัญชีที่ OTR สูง
| องค์ประกอบ | ค่า |
|---|---|
| เงื่อนไขที่ 1 | OTR มากกว่า 50 เท่า |
| เงื่อนไขที่ 2 (ต้องเข้าทั้งสองข้อ) | ส่งคำสั่งเฉลี่ยมากกว่า 50 ครั้งต่อนาที |
| ฐานที่คิดค่าธรรมเนียม | เฉพาะส่วนที่เกิน 15,000 รายการต่อวัน |
| อัตรา | 0.15 บาท (15 สตางค์) ต่อรายการ |
| เป้าหมาย | สะท้อนต้นทุนทรัพยากรระบบจริง และป้องกันคำสั่งที่ไม่มีเจตนาจับคู่ |
มาตรการ 6: ยกเลิก DPB รายหลักทรัพย์
ยกเลิกกรอบราคา Dynamic Price Band เพื่อลดอุปสรรคการซื้อขาย โดยเฉพาะหุ้นสภาพคล่องต่ำ
มาตรการ 7: ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ที่ HFT ซื้อขายได้
กำกับผู้ลงทุนทุกกลุ่มแนวทางเดียวกัน ตามมาตรฐานสากล ทุกกลุ่มเข้าถึงหลักทรัพย์ทุกประเภทได้เท่ากัน
มาตรการ 8: ยกเลิก MRT
Minimum Resting Time คือเวลาขั้นต่ำที่คำสั่งต้องค้างอยู่ก่อนยกเลิกหรือแก้ไขได้ (ความหมายจากความรู้ทั่วไป) การยกเลิกช่วยให้บริหารคำสั่งได้คล่องขึ้นและลดภาระระบบงานของบริษัทสมาชิก
🧭 ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรการ
flowchart TD
A[เป้าหมาย: สมดุลสภาพคล่องกับเสถียรภาพ] --> B[ลดต้นทุน]
A --> C[ลดข้อจำกัด]
A --> D[เบรกเฉพาะจุด]
A --> E[กำกับตามพฤติกรรม]
B --> B1[1 ลด Tick Size]
C --> C1[6 ยกเลิก DPB]
C --> C2[7 ยกเลิกจำกัดหุ้นของ HFT]
C --> C3[8 ยกเลิก MRT]
D --> D1[2 Uptick เมื่อปิดลง 10%]
D --> D2[3 ชอร์ตเฉพาะหุ้นสภาพคล่องสูง]
E --> E1[4 ขึ้นทะเบียนตามพฤติกรรม]
E --> E2[5 ค่าธรรมเนียม OTR สูง]
มาตรการ 7 และ 8 ผ่อนกติกาแก่ HFT ส่วนมาตรการ 4 และ 5 เพิ่มการกำกับและต้นทุนให้พฤติกรรมที่ใช้ระบบหนัก เมื่ออ่านรวมกัน ผู้ที่ส่งคำสั่งเร็วและถี่จะมีอิสระมากขึ้น แต่ต้องรับผิดชอบต้นทุนตามพฤติกรรมของตนเอง (ตีความ)
📈 ช่วยให้ดีขึ้นอย่างไร
ตลท. ยังไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขผลลัพธ์หลังบังคับใช้ ทุกแถวด้านล่างจึงเป็นผลที่คาดหวัง ไม่ใช่ผลที่วัดแล้ว
| สถานการณ์ | ก่อน | หลัง | วัดอย่างไร | หลักฐาน |
|---|---|---|---|---|
| ซื้อขายหุ้นราคา 5–50 บาท | Tick กว้างกว่า ส่วนต่างราคากว้างกว่า | Tick แคบลง ส่วนต่างแคบลง (ขนาดไม่ทราบ) | spread เฉลี่ย (บาท หรือ % ของราคา) ก่อนกับหลัง | ตีความ (ตลท. ระบุผลที่คาดหวัง ไม่มีตัวเลข) |
| หุ้นสภาพคล่องต่ำที่เคยชนกรอบราคา | DPB รายหลักทรัพย์จำกัดการเคลื่อนไหว | ไม่มี DPB | จำนวนครั้งที่คำสั่งถูกปฏิเสธเพราะกรอบราคา | ตีความ |
| วันที่ตลาดลงแรง | ชอร์ตตามเกณฑ์ปกติได้ | หุ้นที่ปิดลง 10% ขึ้นไปต้องใช้ Uptick วันถัดไป | สัดส่วนปริมาณชอร์ตหลังหุ้นปิดลง 10% | ยังไม่ทดสอบ |
| บัญชีที่ส่งคำสั่งจำนวนมากแต่จับคู่น้อย | ไม่มีค่าธรรมเนียมส่วนเกินตาม OTR | เสีย 0.15 บาทต่อรายการส่วนที่เกิน 15,000 ต่อวัน | ค่าธรรมเนียมต่อวัน คำนวณตามตัวอย่างด้านล่าง | วัดได้จากสูตรที่ตลท. ระบุ แต่ผลต่อพฤติกรรมตลาดยังไม่ทดสอบ |
| ผู้ใช้ระบบเทรดอัตโนมัติ | ต้องเผื่อ MRT และข้อจำกัดหลักทรัพย์ของ HFT | ไม่มีสองข้อนี้ | จำนวนเงื่อนไขในโค้ดที่ตัดได้ | ตีความ |
ข้อควรระวัง (trade-off): Tick แคบลงอาจทำให้ความลึกของคำสั่งต่อระดับราคาบางลง และการยกเลิก DPB ทำให้หุ้นสภาพคล่องต่ำเคลื่อนไหวแรงขึ้นได้ ทั้งสองข้อเป็นข้อสังเกตจากการตีความ ไม่ใช่ผลที่ตลท. ระบุ
🛠️ ลองใช้
ตัวอย่างที่ 1: ค่าธรรมเนียม OTR (ตัวอย่างประกอบ)
สมมติบัญชีหนึ่งใน 1 วันทำการ
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| คำสั่งที่ส่ง | 120,000 รายการ |
| รายการที่จับคู่ได้ | 1,000 รายการ |
| OTR = 120,000 ÷ 1,000 | 120 เท่า (เกิน 50) |
| เวลาซื้อขายสมมติ | 330 นาที |
| คำสั่งเฉลี่ย = 120,000 ÷ 330 | ประมาณ 364 ครั้งต่อนาที (เกิน 50) |
| ส่วนที่เกิน 15,000 | 105,000 รายการ |
| ค่าธรรมเนียม = 105,000 × 0.15 | 15,750 บาทต่อวัน |
ถ้า OTR เป็น 40 เท่า บัญชีไม่เข้าเงื่อนไขแรก จึงไม่เสียค่าธรรมเนียมนี้ แม้จะส่งคำสั่งเกิน 15,000 รายการ
ตัวอย่างที่ 2: ราคาขายชอร์ต (ตัวอย่างประกอบ)
สมมติราคาซื้อขายครั้งล่าสุดคือ 50.00 บาท
| ภาวะ | เกณฑ์ | ชอร์ตที่ 50.00 | ชอร์ตที่ 50.25 | ชอร์ตที่ 49.75 |
|---|---|---|---|---|
| ปกติ | Zero-Plus | ได้ | ได้ | ไม่ได้ |
| ปิดลง 10% ขึ้นไปเมื่อวาน | Uptick | ไม่ได้ | ได้ | ไม่ได้ |
หุ้นปิดวันก่อนที่ 100 บาท และปิดวันนี้ที่ 90 บาทหรือต่ำกว่า จะเข้า Uptick ในวันทำการถัดไป ปิดที่ 90.01 บาทไม่เข้า
เมื่อไรควรและไม่ควรใช้ความรู้นี้
| สถานการณ์ | ใช้ได้ | หมายเหตุ / เงื่อนไขก่อน |
|---|---|---|
| ผู้ใช้ API หรือบอทเทรด | ใช่ | ต้องมีสถิติจำนวนคำสั่งต่อวัน ต่อนาที และจำนวนที่จับคู่ |
| นักลงทุนที่ชอร์ตหุ้นหรือ DR/ETF | ใช่ | ตรวจว่าหลักทรัพย์อยู่ในกลุ่มที่ชอร์ตได้ |
| นักลงทุนซื้อถือยาว | บางส่วน | ได้ประโยชน์จาก spread แต่ไม่ต้องปรับพฤติกรรม |
| ต้องรู้เกณฑ์ขึ้นทะเบียน Dedicated API/HFT เป็นตัวเลข | ไม่พอ | สรุปนี้ไม่มีเกณฑ์ ต้องอ่านหนังสือเวียนฉบับเต็ม |
| คาดการณ์ว่าราคาหุ้นจะขึ้นหรือลง | ไม่ใช่ | มาตรการเป็นเรื่องกติกา ไม่ได้บอกทิศทางราคา |
ก้าวแรกที่เล็กที่สุด
เปิดหนังสือเวียนฉบับเต็มบน www.set.or.th หัวข้อ "กฎเกณฑ์ – หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์" แล้วจดสามสิ่ง คือขนาด Tick Size ใหม่ เกณฑ์ขึ้นทะเบียน และนิยามที่ใช้นับ "รายการ" ของ OTR
ทดสอบก่อน/หลังด้วยตนเอง
| ผู้ใช้ | ตัวชี้วัด | ฐานเทียบ (ก่อน 16 พ.ย. 2569) | เงื่อนไขผ่าน (ตั้งก่อนวัด) |
|---|---|---|---|
| นักลงทุนหุ้น 5–50 บาท | ส่วนต่างราคาเสนอซื้อ-เสนอขายเฉลี่ย 20 วันทำการ | ค่าเฉลี่ยก่อนมีผล | ค่าหลังมีผลต่ำกว่าฐานในหุ้นชุดเดียวกัน |
| ผู้ใช้ระบบอัตโนมัติ | OTR และคำสั่งเฉลี่ยต่อนาที ต่อวัน | ค่าเฉลี่ย 20 วันก่อนมีผล | OTR ไม่เกิน 50 เท่า หรือคำสั่งเฉลี่ยไม่เกิน 50 ครั้งต่อนาที |
⚠️ Risks, ข้อจำกัด และความเข้าใจผิด
Warning สรุปที่อ่านไม่ระบุขนาด Tick Size ใหม่ ค่าเกณฑ์ขึ้นทะเบียน Dedicated API/HFT และนิยามของ "รายการ" ใน OTR ห้ามใช้ตัวเลขที่เดาเองในการตัดสินใจจริง
| เรื่อง | ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย | ความจริง |
|---|---|---|
| Uptick | ใช้ทุกวัน | ใช้วันทำการถัดไปหลังหุ้นนั้นปิดลดลงตั้งแต่ 10% เท่านั้น |
| ค่าธรรมเนียม OTR | คิดทุกรายการที่ส่ง | คิดเฉพาะส่วนที่เกิน 15,000 รายการต่อวัน และเฉพาะบัญชีที่เข้าทั้งสองเงื่อนไข |
| ยกเลิก DPB | ราคาหุ้นไม่มีขอบเขตเลย | ยกเลิกเฉพาะ DPB รายหลักทรัพย์ ที่เหลืออยู่หรือไม่ สรุปนี้ไม่ได้ระบุ |
| ยกเลิกจำกัดหุ้นของ HFT | HFT ไม่ถูกกำกับแล้ว | ยังมีการขึ้นทะเบียนและค่าธรรมเนียม OTR |
| จำกัดชอร์ต | ชอร์ตได้ทุกหุ้น | ชอร์ตได้เฉพาะ SET100, หลักทรัพย์อ้างอิงของ Single Stock Futures, DR และ ETF |
ข้อสันนิษฐานที่ใช้ในหน้านี้: เวลาซื้อขาย 330 นาทีและตัวเลขบัญชีในตัวอย่างเป็นสมมติ และผลดีของทุกมาตรการยังเป็นผลที่คาดหวังจนกว่าจะมีข้อมูลหลังบังคับใช้
✅ Checklist ก่อน 16 พฤศจิกายน 2569
| สถานะ | รายการ | ใคร |
|---|---|---|
| ⚪ | อ่านหนังสือเวียนฉบับเต็มและจดตัวเลขที่ขาด (Tick Size, เกณฑ์ขึ้นทะเบียน) | ทุกคน |
| ⚪ | ตรวจว่าหลักทรัพย์ที่ชอร์ตอยู่ในกลุ่มที่ชอร์ตได้หรือไม่ | ผู้ชอร์ต |
| ⚪ | ปรับระบบสั่งซื้อขายให้ตรวจเกณฑ์ Zero-Plus และ Uptick | ผู้ใช้ระบบอัตโนมัติ |
| ⚪ | คำนวณ OTR และคำสั่งเฉลี่ยต่อนาทีจาก log ย้อนหลัง | ผู้ใช้ API |
| ⚪ | ตรวจว่าเข้าข่ายขึ้นทะเบียน Dedicated API/HFT หรือไม่ | ผู้ใช้ API/HFT |
| ⚪ | ทบทวนคำสั่งที่พึ่งกรอบราคา DPB เดิมในหุ้นสภาพคล่องต่ำ | ผู้ซื้อขายหุ้นสภาพคล่องต่ำ |
🧪 ทดสอบความเข้าใจ
| คำถาม | คำตอบ | คำตอบผิดที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| บัญชีส่ง 200,000 คำสั่ง จับคู่ 5,000 รายการ ตลาดเปิด 330 นาที ต้องจ่ายเท่าไร | OTR = 40 ไม่เกิน 50 เท่า จึงไม่เข้าเกณฑ์ ค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม 0 บาท | (200,000 − 15,000) × 0.15 = 27,750 บาท เพราะลืมเงื่อนไข OTR |
| หุ้นปิดลง 12% วันนี้ ราคาล่าสุดพรุ่งนี้ 20.00 บาท ชอร์តที่ 20.00 ได้หรือไม่ | ไม่ได้ ต้องใช้ Uptick คือสูงกว่า 20.00 | ได้ เพราะ Zero-Plus ยอมให้เท่ากัน |
| ทำไมยกเลิก DPB ถึงถูกอธิบายว่าช่วยหุ้นสภาพคล่องต่ำ | กรอบราคาเป็นอุปสรรคต่อการซื้อขายหุ้นประเภทนี้ การยกเลิกลดอุปสรรค | ช่วยให้ราคาหุ้นนิ่งขึ้น |
| Tick Size ที่ลดลงรับประกันต้นทุนต่ำลงทุกกรณีหรือไม่ | ไม่ แนวคิดคือ spread แคบลง แต่ความลึกคำสั่งและพฤติกรรมตลาดยังไม่มีข้อมูล | ลดต้นทุนแน่นอนเท่ากับขนาดที่ลด |
| ข้อใดในสรุปนี้ที่ใช้ตัดสินใจเรื่อง HFT ไม่ได้ครบ | เกณฑ์ขึ้นทะเบียนไม่มีค่าตัวเลข ต้องอ่านหนังสือเวียนฉบับเต็ม | ใช้ความถี่เกิน 50 ครั้งต่อนาทีเป็นเกณฑ์ขึ้นทะเบียน (จริงคือเกณฑ์ค่าธรรมเนียม OTR) |
🧾 ข้อเท็จจริงกับการตีความ
| ประเภท | เนื้อหา |
|---|---|
| ข้อเท็จจริง (ตลท. ระบุ) | วันบังคับใช้, 8 มาตรการ, เกณฑ์ Zero-Plus/Uptick 10%, รายชื่อหลักทรัพย์ที่ชอร์ตได้ |
| ข้อเท็จจริง (ตลท. ระบุ) (ต่อ) | เงื่อนไขและอัตราค่าธรรมเนียม OTR, การยกเลิก DPB / จำกัดหุ้น HFT / MRT |
| เจตนาและผลที่คาดหวัง (ตลท. ระบุ ยังไม่พิสูจน์) | spread แคบลง สภาพคล่องเพิ่ม ลดความผันผวนผิดปกติ |
| ตีความของเรา | ภาพรวมคือผ่อนกติกาตามชนิดผู้ลงทุน แล้วกำกับตามพฤติกรรม |
| ตีความของเรา (ต่อ) | trade-off เรื่องความลึกของคำสั่ง |
| ยังไม่มีข้อมูล | ขนาด Tick Size ใหม่, เกณฑ์ขึ้นทะเบียน, นิยามนับ "รายการ" ใน OTR, ผลหลังบังคับใช้ |
📚 Sources
| แหล่ง | รายละเอียด |
|---|---|
| ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) | สรุปมาตรการการซื้อขายปรับปรุงใหม่ เริ่ม 16 พฤศจิกายน 2569 เผยแพร่ 19 ตุลาคม 2569 |
| ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) (ลิงก์) | ลิงก์ |
| ตลท. ส่วนกฎเกณฑ์ | หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (ฉบับเต็ม) ที่ www.set.or.th |
อ่านเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 และไม่ได้อ่านหนังสือเวียนฉบับเต็ม
🔤 ตัวย่อที่ใช้ในหน้านี้
| ตัวย่อ | ชื่อเต็ม | คืออะไร | อ่านค่าอย่างไร |
|---|---|---|---|
| ตลท. | ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย | ผู้ดูแลตลาดและออกมาตรการชุดนี้ | ใช้เรียกผู้ออกกติกา |
| SET | The Stock Exchange of Thailand | ชื่อภาษาอังกฤษของ ตลท. ใน www.set.or.th | ชื่อเว็บไซต์ |
| SET100 | SET 100 Index | กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ 100 ตัวแรกที่สภาพคล่องสูง | หุ้นอยู่ใน SET100 = ชอร์ตได้ |
| ก.ล.ต. | สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ | หน่วยงานกำกับที่เห็นชอบมาตรการ | "ก.ล.ต. เห็นชอบ" = ผ่านผู้กำกับแล้ว |
| DR | Depositary Receipt | ใบแสดงสิทธิผลประโยชน์ที่อ้างอิงหลักทรัพย์ต่างประเทศ | DR เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ชอร์ตได้ |
| ETF | Exchange Traded Fund | กองทุนที่ซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น | ETF เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ชอร์ตได้ |
| API | Application Programming Interface | ช่องทางให้โปรแกรมส่งคำสั่งตรง | Dedicated API = ช่องส่งคำสั่งเฉพาะราย |
| HFT | High Frequency Trading | การซื้อขายถี่และเร็วด้วยระบบอัตโนมัติ | ต้องดูความถี่ ความเร็ว สถานะคงค้าง มูลค่าซื้อขาย |
| OTR | Order-to-Trade Ratio | จำนวนคำสั่งต่อจำนวนรายการที่จับคู่ได้ (ความหมายจากความรู้ทั่วไป) | 120 = ส่ง 120 คำสั่งต่อ 1 รายการที่จับคู่ |
| DPB | Dynamic Price Band | กรอบราคาที่ปรับตามหลักทรัพย์ (ความหมายจากความรู้ทั่วไป) | DPB รายหลักทรัพย์ถูกยกเลิก |
| MRT | Minimum Resting Time | เวลาขั้นต่ำที่คำสั่งต้องค้าง (ความหมายจากความรู้ทั่วไป) | MRT ถูกยกเลิก |
| Tick Size | Tick Size | ช่องราคาที่เล็กที่สุดที่ราคาขยับได้ | ช่อง 0.05 บาท = ราคาขยับทีละ 0.05 |
| Zero-Plus Tick | Zero-Plus Tick | ชอร์ตได้ที่ราคาเท่ากับหรือสูงกว่าราคาล่าสุด | ล่าสุด 50.00 → ชอร์ตได้ตั้งแต่ 50.00 |
| Uptick | Uptick | ชอร์ตได้เฉพาะราคาสูงกว่าราคาล่าสุด | ล่าสุด 50.00 → ชอร์ตได้ตั้งแต่ 50.25 ขึ้นไป (ถ้า tick 0.25) |
| Spread | Bid-Ask Spread | ส่วนต่างราคาเสนอซื้อกับเสนอขาย | 0.10 บาท = ต้นทุนแฝงต่อรอบ |
| บาท / สตางค์ | หน่วยเงิน | 1 บาท = 100 สตางค์ | 15 สตางค์ = 0.15 บาท |
| % | เปอร์เซ็นต์ | สัดส่วนต่อ 100 | ลง 10% จาก 100 บาท = ลงถึง 90 บาท |
| ครั้งต่อนาที | จำนวนคำสั่งต่อนาที | ความถี่ของการส่งคำสั่ง | 50 ครั้งต่อนาที = เฉลี่ยเกือบวินาทีละ 1 คำสั่ง |
แถวที่ความหมายมาจากความรู้ทั่วไปไม่ใช่นิยามของ ตลท.: OTR, DPB, MRT, API, DR, ETF, SET100, Tick Size, Spread และตัวอย่างค่า Tick 0.05 / 0.25 ในคอลัมน์ "อ่านค่าอย่างไร" (ตัวอย่างประกอบ)
🏁 Summary
- มีผล 16 พฤศจิกายน 2569 รวม 8 มาตรการ ผ่านความเห็นชอบของ ก.ล.ต. แล้ว
- แนวคิดหลักคือผ่อนกติกาทั่วไปและกำกับตามพฤติกรรม ใช้เบรกเฉพาะเมื่อตลาดผิดปกติ
- ตัวเลขที่ต้องจำ: ปิดลง 10% → Uptick วันถัดไป, OTR มากกว่า 50 เท่า และมากกว่า 50 ครั้งต่อนาที, ส่วนเกิน 15,000 รายการต่อวัน, 0.15 บาทต่อรายการ
- ผลดีทั้งหมดยังเป็นผลที่คาดหวัง ไม่มีตัวเลขหลังบังคับใช้
- ข้อมูลที่ต้องหาเพิ่ม: Tick Size ใหม่, เกณฑ์ขึ้นทะเบียน Dedicated API/HFT และนิยามนับรายการของ OTR
Recommendation ก่อนวันบังคับใช้ ให้คำนวณ OTR และจำนวนคำสั่งต่อนาทีจากข้อมูลย้อนหลังของตนเอง แล้วอ่านหนังสือเวียนฉบับเต็มเพื่อเติมตัวเลขที่ยังขาด




