Knowledge Hub

มาตรการการซื้อขายหลักทรัพย์ปรับปรุงใหม่ 8 ข้อ (มีผล 16 พ.ย. 2569)

เรียนรู้ว่า 8 มาตรการใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เปลี่ยนอะไร ทำงานอย่างไร และคำนวณผลกระทบต่อการขายชอร์ต การใช้ API และ HFT ด้วยตัวเองได้

การลงทุนและตลาดอ่าน 15 นาทีเผยแพร่ 21 ตุลาคม 2569

🎯 แก่นของเรื่อง

ทั้ง 8 มาตรการใช้แนวคิดเดียวกัน คือ ผ่อนกติกาที่ตัดสินจากชนิดของผู้ลงทุน แล้วกำกับตามพฤติกรรมการซื้อขายจริงแทน ในภาวะปกติตลาดควรถูกและลื่นขึ้น เมื่อเกิดแรงขายผิดปกติหรือมีการส่งคำสั่งที่ไม่ตั้งใจจับคู่ ตลาดจะเพิ่มแรงเสียดทานเฉพาะตรงนั้น

กลไกที่ทำให้ได้ผล (เหตุและผล)

ฝั่ง มาตรการ เหตุ → ผลที่ตั้งใจ
ลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่อง ลด Tick Size ช่วงราคา 5–50 บาท ช่องราคาแคบลง → ส่วนต่างราคา (spread) แคบลง → จับคู่ได้ง่ายขึ้น ต้นทุนต่ำลง
ลดข้อจำกัดที่ไม่จำเป็น ยกเลิก DPB, ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ของ HFT, ยกเลิก MRT ลดกติกาที่กันการซื้อขายหรือเพิ่มภาระระบบ → คล่องขึ้น โดยเฉพาะหุ้นสภาพคล่องต่ำ
เพิ่มเบรกเฉพาะจุด Uptick เมื่อราคาปิดลง 10% ขึ้นไป, จำกัดชอร์ตเฉพาะหุ้นสภาพคล่องสูง แรงขายถูกชะลอเฉพาะช่วงผันผวน → ไม่เพิ่มต้นทุนในวันปกติ
กำกับตามพฤติกรรม ขึ้นทะเบียนตามพฤติกรรม, ค่าธรรมเนียม OTR สูง ผู้ใช้ระบบหนักโดยไม่ตั้งใจซื้อขายต้องรับต้นทุน → คำสั่งที่ไม่มีเจตนาจับคู่ลดลง

20% ที่สำคัญที่สุดในทางปฏิบัติ

  • ผู้ลงทุนทั่วไป: มาตรการ 1, 2, 3 และ 6 กระทบโดยตรง เพราะเกี่ยวกับราคาที่เห็นบนหน้าจอ การขายชอร์ต และกรอบราคา
  • ผู้ใช้ API หรือระบบอัตโนมัติ: มาตรการ 4 และ 5 กระทบโดยตรง ต้องรู้ OTR ของบัญชีตนเอง
  • รอได้: มาตรการ 7 และ 8 เป็นการยกเลิกข้อจำกัด ส่วนใหญ่กระทบบริษัทสมาชิกและผู้ทำ HFT

📅 ข้อเท็จจริงพื้นฐาน

หัวข้อ รายละเอียด
วันบังคับใช้ 16 พฤศจิกายน 2569
จำนวนมาตรการ 8 ข้อ
ที่มา เปิดรับฟังความคิดเห็นเดือนพฤษภาคม 2569 และคณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นชอบแล้ว
วัตถุประสงค์ที่ ตลท. ระบุ ยกระดับคุณภาพและความเท่าเทียมของตลาด ลดความผันผวนผิดปกติของราคา
วัตถุประสงค์ที่ ตลท. ระบุ (ต่อ) กำกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และสอดคล้องแนวปฏิบัติสากล
หลักการ สมดุลระหว่างสภาพคล่องกับเสถียรภาพ ลดต้นทุนทุกกลุ่มผู้ลงทุน กำกับตามพฤติกรรมจริง
วิสัยทัศน์ที่ ตลท. ใช้ "The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities"

🔎 รายละเอียดทั้ง 8 มาตรการ

มาตรการ 1: ลด Tick Size ช่วงราคา 5–50 บาท

  • คืออะไร: Tick Size คือช่องราคาที่เล็กที่สุดที่ราคาเสนอซื้อขายขยับได้
  • ทำไม: ช่องที่ห่างทำให้ส่วนต่างราคาซื้อกับขายกว้าง ต้นทุนแฝงของทุกคำสั่งสูงขึ้น
  • ผล: ส่วนต่างราคาแคบลง จับคู่ได้ง่ายขึ้น ต้นทุนผู้ลงทุนทุกกลุ่มลดลง
  • ข้อมูลที่ยังไม่มี: ตลท. ไม่ได้ระบุขนาด Tick Size ใหม่เป็นตัวเลขในสรุปที่อ่าน ต้องดูหนังสือเวียนฉบับเต็ม

มาตรการ 2: ปรับเกณฑ์ราคาขายชอร์ต

สถานการณ์ เกณฑ์ที่ใช้ ราคาขายชอร์ตต้อง
ภาวะปกติ Zero-Plus Tick เท่ากับหรือสูงกว่าราคาซื้อขายครั้งล่าสุด
หลักทรัพย์ปิดลดลงตั้งแต่ 10% จากราคาปิดวันก่อนหน้า Uptick ในวันทำการถัดไป สูงกว่าราคาซื้อขายครั้งล่าสุด
  • เป้าหมายคือชะลอแรงขายตอนตลาดผันผวน โดยไม่เพิ่มต้นทุนหรือลดสภาพคล่องในภาวะปกติ
  • จุดต่างคือ Zero-Plus ยอมให้ขาย ที่ราคาเท่ากับ ราคาล่าสุด ส่วน Uptick ไม่ยอม

มาตรการ 3: จำกัดการขายชอร์ตเฉพาะหลักทรัพย์สภาพคล่องสูง

ขายชอร์ตได้เฉพาะหลักทรัพย์ในกลุ่มต่อไปนี้

  • กลุ่ม SET100
  • หลักทรัพย์อ้างอิงของ Single Stock Futures
  • DR และ ETF

มาตรการ 4: ปรับลักษณะการซื้อขายที่ต้องขึ้นทะเบียน

  • พิจารณาจากการใช้ช่องทางส่งคำสั่งเฉพาะราย (Dedicated API) หรือการซื้อขายแบบ HFT
  • ปัจจัยที่ดู: ความถี่และความเร็วในการส่งคำสั่ง สถานะคงค้างสิ้นวัน และมูลค่าการซื้อขายรายวัน
  • ข้อมูลที่ยังไม่มี: ค่าเกณฑ์ตัวเลขของแต่ละปัจจัย

มาตรการ 5: ค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับบัญชีที่ OTR สูง

องค์ประกอบ ค่า
เงื่อนไขที่ 1 OTR มากกว่า 50 เท่า
เงื่อนไขที่ 2 (ต้องเข้าทั้งสองข้อ) ส่งคำสั่งเฉลี่ยมากกว่า 50 ครั้งต่อนาที
ฐานที่คิดค่าธรรมเนียม เฉพาะส่วนที่เกิน 15,000 รายการต่อวัน
อัตรา 0.15 บาท (15 สตางค์) ต่อรายการ
เป้าหมาย สะท้อนต้นทุนทรัพยากรระบบจริง และป้องกันคำสั่งที่ไม่มีเจตนาจับคู่

มาตรการ 6: ยกเลิก DPB รายหลักทรัพย์

ยกเลิกกรอบราคา Dynamic Price Band เพื่อลดอุปสรรคการซื้อขาย โดยเฉพาะหุ้นสภาพคล่องต่ำ

มาตรการ 7: ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ที่ HFT ซื้อขายได้

กำกับผู้ลงทุนทุกกลุ่มแนวทางเดียวกัน ตามมาตรฐานสากล ทุกกลุ่มเข้าถึงหลักทรัพย์ทุกประเภทได้เท่ากัน

มาตรการ 8: ยกเลิก MRT

Minimum Resting Time คือเวลาขั้นต่ำที่คำสั่งต้องค้างอยู่ก่อนยกเลิกหรือแก้ไขได้ (ความหมายจากความรู้ทั่วไป) การยกเลิกช่วยให้บริหารคำสั่งได้คล่องขึ้นและลดภาระระบบงานของบริษัทสมาชิก

🧭 ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรการ

flowchart TD
    A[เป้าหมาย: สมดุลสภาพคล่องกับเสถียรภาพ] --> B[ลดต้นทุน]
    A --> C[ลดข้อจำกัด]
    A --> D[เบรกเฉพาะจุด]
    A --> E[กำกับตามพฤติกรรม]
    B --> B1[1 ลด Tick Size]
    C --> C1[6 ยกเลิก DPB]
    C --> C2[7 ยกเลิกจำกัดหุ้นของ HFT]
    C --> C3[8 ยกเลิก MRT]
    D --> D1[2 Uptick เมื่อปิดลง 10%]
    D --> D2[3 ชอร์ตเฉพาะหุ้นสภาพคล่องสูง]
    E --> E1[4 ขึ้นทะเบียนตามพฤติกรรม]
    E --> E2[5 ค่าธรรมเนียม OTR สูง]

มาตรการ 7 และ 8 ผ่อนกติกาแก่ HFT ส่วนมาตรการ 4 และ 5 เพิ่มการกำกับและต้นทุนให้พฤติกรรมที่ใช้ระบบหนัก เมื่ออ่านรวมกัน ผู้ที่ส่งคำสั่งเร็วและถี่จะมีอิสระมากขึ้น แต่ต้องรับผิดชอบต้นทุนตามพฤติกรรมของตนเอง (ตีความ)

📈 ช่วยให้ดีขึ้นอย่างไร

ตลท. ยังไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขผลลัพธ์หลังบังคับใช้ ทุกแถวด้านล่างจึงเป็นผลที่คาดหวัง ไม่ใช่ผลที่วัดแล้ว

สถานการณ์ ก่อน หลัง วัดอย่างไร หลักฐาน
ซื้อขายหุ้นราคา 5–50 บาท Tick กว้างกว่า ส่วนต่างราคากว้างกว่า Tick แคบลง ส่วนต่างแคบลง (ขนาดไม่ทราบ) spread เฉลี่ย (บาท หรือ % ของราคา) ก่อนกับหลัง ตีความ (ตลท. ระบุผลที่คาดหวัง ไม่มีตัวเลข)
หุ้นสภาพคล่องต่ำที่เคยชนกรอบราคา DPB รายหลักทรัพย์จำกัดการเคลื่อนไหว ไม่มี DPB จำนวนครั้งที่คำสั่งถูกปฏิเสธเพราะกรอบราคา ตีความ
วันที่ตลาดลงแรง ชอร์ตตามเกณฑ์ปกติได้ หุ้นที่ปิดลง 10% ขึ้นไปต้องใช้ Uptick วันถัดไป สัดส่วนปริมาณชอร์ตหลังหุ้นปิดลง 10% ยังไม่ทดสอบ
บัญชีที่ส่งคำสั่งจำนวนมากแต่จับคู่น้อย ไม่มีค่าธรรมเนียมส่วนเกินตาม OTR เสีย 0.15 บาทต่อรายการส่วนที่เกิน 15,000 ต่อวัน ค่าธรรมเนียมต่อวัน คำนวณตามตัวอย่างด้านล่าง วัดได้จากสูตรที่ตลท. ระบุ แต่ผลต่อพฤติกรรมตลาดยังไม่ทดสอบ
ผู้ใช้ระบบเทรดอัตโนมัติ ต้องเผื่อ MRT และข้อจำกัดหลักทรัพย์ของ HFT ไม่มีสองข้อนี้ จำนวนเงื่อนไขในโค้ดที่ตัดได้ ตีความ

ข้อควรระวัง (trade-off): Tick แคบลงอาจทำให้ความลึกของคำสั่งต่อระดับราคาบางลง และการยกเลิก DPB ทำให้หุ้นสภาพคล่องต่ำเคลื่อนไหวแรงขึ้นได้ ทั้งสองข้อเป็นข้อสังเกตจากการตีความ ไม่ใช่ผลที่ตลท. ระบุ

🛠️ ลองใช้

ตัวอย่างที่ 1: ค่าธรรมเนียม OTR (ตัวอย่างประกอบ)

สมมติบัญชีหนึ่งใน 1 วันทำการ

รายการ ค่า
คำสั่งที่ส่ง 120,000 รายการ
รายการที่จับคู่ได้ 1,000 รายการ
OTR = 120,000 ÷ 1,000 120 เท่า (เกิน 50)
เวลาซื้อขายสมมติ 330 นาที
คำสั่งเฉลี่ย = 120,000 ÷ 330 ประมาณ 364 ครั้งต่อนาที (เกิน 50)
ส่วนที่เกิน 15,000 105,000 รายการ
ค่าธรรมเนียม = 105,000 × 0.15 15,750 บาทต่อวัน

ถ้า OTR เป็น 40 เท่า บัญชีไม่เข้าเงื่อนไขแรก จึงไม่เสียค่าธรรมเนียมนี้ แม้จะส่งคำสั่งเกิน 15,000 รายการ

ตัวอย่างที่ 2: ราคาขายชอร์ต (ตัวอย่างประกอบ)

สมมติราคาซื้อขายครั้งล่าสุดคือ 50.00 บาท

ภาวะ เกณฑ์ ชอร์ตที่ 50.00 ชอร์ตที่ 50.25 ชอร์ตที่ 49.75
ปกติ Zero-Plus ได้ ได้ ไม่ได้
ปิดลง 10% ขึ้นไปเมื่อวาน Uptick ไม่ได้ ได้ ไม่ได้

หุ้นปิดวันก่อนที่ 100 บาท และปิดวันนี้ที่ 90 บาทหรือต่ำกว่า จะเข้า Uptick ในวันทำการถัดไป ปิดที่ 90.01 บาทไม่เข้า

เมื่อไรควรและไม่ควรใช้ความรู้นี้

สถานการณ์ ใช้ได้ หมายเหตุ / เงื่อนไขก่อน
ผู้ใช้ API หรือบอทเทรด ใช่ ต้องมีสถิติจำนวนคำสั่งต่อวัน ต่อนาที และจำนวนที่จับคู่
นักลงทุนที่ชอร์ตหุ้นหรือ DR/ETF ใช่ ตรวจว่าหลักทรัพย์อยู่ในกลุ่มที่ชอร์ตได้
นักลงทุนซื้อถือยาว บางส่วน ได้ประโยชน์จาก spread แต่ไม่ต้องปรับพฤติกรรม
ต้องรู้เกณฑ์ขึ้นทะเบียน Dedicated API/HFT เป็นตัวเลข ไม่พอ สรุปนี้ไม่มีเกณฑ์ ต้องอ่านหนังสือเวียนฉบับเต็ม
คาดการณ์ว่าราคาหุ้นจะขึ้นหรือลง ไม่ใช่ มาตรการเป็นเรื่องกติกา ไม่ได้บอกทิศทางราคา

ก้าวแรกที่เล็กที่สุด

เปิดหนังสือเวียนฉบับเต็มบน www.set.or.th หัวข้อ "กฎเกณฑ์ – หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์" แล้วจดสามสิ่ง คือขนาด Tick Size ใหม่ เกณฑ์ขึ้นทะเบียน และนิยามที่ใช้นับ "รายการ" ของ OTR

ทดสอบก่อน/หลังด้วยตนเอง

ผู้ใช้ ตัวชี้วัด ฐานเทียบ (ก่อน 16 พ.ย. 2569) เงื่อนไขผ่าน (ตั้งก่อนวัด)
นักลงทุนหุ้น 5–50 บาท ส่วนต่างราคาเสนอซื้อ-เสนอขายเฉลี่ย 20 วันทำการ ค่าเฉลี่ยก่อนมีผล ค่าหลังมีผลต่ำกว่าฐานในหุ้นชุดเดียวกัน
ผู้ใช้ระบบอัตโนมัติ OTR และคำสั่งเฉลี่ยต่อนาที ต่อวัน ค่าเฉลี่ย 20 วันก่อนมีผล OTR ไม่เกิน 50 เท่า หรือคำสั่งเฉลี่ยไม่เกิน 50 ครั้งต่อนาที

⚠️ Risks, ข้อจำกัด และความเข้าใจผิด

Warning สรุปที่อ่านไม่ระบุขนาด Tick Size ใหม่ ค่าเกณฑ์ขึ้นทะเบียน Dedicated API/HFT และนิยามของ "รายการ" ใน OTR ห้ามใช้ตัวเลขที่เดาเองในการตัดสินใจจริง

เรื่อง ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย ความจริง
Uptick ใช้ทุกวัน ใช้วันทำการถัดไปหลังหุ้นนั้นปิดลดลงตั้งแต่ 10% เท่านั้น
ค่าธรรมเนียม OTR คิดทุกรายการที่ส่ง คิดเฉพาะส่วนที่เกิน 15,000 รายการต่อวัน และเฉพาะบัญชีที่เข้าทั้งสองเงื่อนไข
ยกเลิก DPB ราคาหุ้นไม่มีขอบเขตเลย ยกเลิกเฉพาะ DPB รายหลักทรัพย์ ที่เหลืออยู่หรือไม่ สรุปนี้ไม่ได้ระบุ
ยกเลิกจำกัดหุ้นของ HFT HFT ไม่ถูกกำกับแล้ว ยังมีการขึ้นทะเบียนและค่าธรรมเนียม OTR
จำกัดชอร์ต ชอร์ตได้ทุกหุ้น ชอร์ตได้เฉพาะ SET100, หลักทรัพย์อ้างอิงของ Single Stock Futures, DR และ ETF

ข้อสันนิษฐานที่ใช้ในหน้านี้: เวลาซื้อขาย 330 นาทีและตัวเลขบัญชีในตัวอย่างเป็นสมมติ และผลดีของทุกมาตรการยังเป็นผลที่คาดหวังจนกว่าจะมีข้อมูลหลังบังคับใช้

✅ Checklist ก่อน 16 พฤศจิกายน 2569

สถานะ รายการ ใคร
⚪ อ่านหนังสือเวียนฉบับเต็มและจดตัวเลขที่ขาด (Tick Size, เกณฑ์ขึ้นทะเบียน) ทุกคน
⚪ ตรวจว่าหลักทรัพย์ที่ชอร์ตอยู่ในกลุ่มที่ชอร์ตได้หรือไม่ ผู้ชอร์ต
⚪ ปรับระบบสั่งซื้อขายให้ตรวจเกณฑ์ Zero-Plus และ Uptick ผู้ใช้ระบบอัตโนมัติ
⚪ คำนวณ OTR และคำสั่งเฉลี่ยต่อนาทีจาก log ย้อนหลัง ผู้ใช้ API
⚪ ตรวจว่าเข้าข่ายขึ้นทะเบียน Dedicated API/HFT หรือไม่ ผู้ใช้ API/HFT
⚪ ทบทวนคำสั่งที่พึ่งกรอบราคา DPB เดิมในหุ้นสภาพคล่องต่ำ ผู้ซื้อขายหุ้นสภาพคล่องต่ำ

🧪 ทดสอบความเข้าใจ

คำถาม คำตอบ คำตอบผิดที่พบบ่อย
บัญชีส่ง 200,000 คำสั่ง จับคู่ 5,000 รายการ ตลาดเปิด 330 นาที ต้องจ่ายเท่าไร OTR = 40 ไม่เกิน 50 เท่า จึงไม่เข้าเกณฑ์ ค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม 0 บาท (200,000 − 15,000) × 0.15 = 27,750 บาท เพราะลืมเงื่อนไข OTR
หุ้นปิดลง 12% วันนี้ ราคาล่าสุดพรุ่งนี้ 20.00 บาท ชอร์តที่ 20.00 ได้หรือไม่ ไม่ได้ ต้องใช้ Uptick คือสูงกว่า 20.00 ได้ เพราะ Zero-Plus ยอมให้เท่ากัน
ทำไมยกเลิก DPB ถึงถูกอธิบายว่าช่วยหุ้นสภาพคล่องต่ำ กรอบราคาเป็นอุปสรรคต่อการซื้อขายหุ้นประเภทนี้ การยกเลิกลดอุปสรรค ช่วยให้ราคาหุ้นนิ่งขึ้น
Tick Size ที่ลดลงรับประกันต้นทุนต่ำลงทุกกรณีหรือไม่ ไม่ แนวคิดคือ spread แคบลง แต่ความลึกคำสั่งและพฤติกรรมตลาดยังไม่มีข้อมูล ลดต้นทุนแน่นอนเท่ากับขนาดที่ลด
ข้อใดในสรุปนี้ที่ใช้ตัดสินใจเรื่อง HFT ไม่ได้ครบ เกณฑ์ขึ้นทะเบียนไม่มีค่าตัวเลข ต้องอ่านหนังสือเวียนฉบับเต็ม ใช้ความถี่เกิน 50 ครั้งต่อนาทีเป็นเกณฑ์ขึ้นทะเบียน (จริงคือเกณฑ์ค่าธรรมเนียม OTR)

🧾 ข้อเท็จจริงกับการตีความ

ประเภท เนื้อหา
ข้อเท็จจริง (ตลท. ระบุ) วันบังคับใช้, 8 มาตรการ, เกณฑ์ Zero-Plus/Uptick 10%, รายชื่อหลักทรัพย์ที่ชอร์ตได้
ข้อเท็จจริง (ตลท. ระบุ) (ต่อ) เงื่อนไขและอัตราค่าธรรมเนียม OTR, การยกเลิก DPB / จำกัดหุ้น HFT / MRT
เจตนาและผลที่คาดหวัง (ตลท. ระบุ ยังไม่พิสูจน์) spread แคบลง สภาพคล่องเพิ่ม ลดความผันผวนผิดปกติ
ตีความของเรา ภาพรวมคือผ่อนกติกาตามชนิดผู้ลงทุน แล้วกำกับตามพฤติกรรม
ตีความของเรา (ต่อ) trade-off เรื่องความลึกของคำสั่ง
ยังไม่มีข้อมูล ขนาด Tick Size ใหม่, เกณฑ์ขึ้นทะเบียน, นิยามนับ "รายการ" ใน OTR, ผลหลังบังคับใช้

📚 Sources

แหล่ง รายละเอียด
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สรุปมาตรการการซื้อขายปรับปรุงใหม่ เริ่ม 16 พฤศจิกายน 2569 เผยแพร่ 19 ตุลาคม 2569
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) (ลิงก์) ลิงก์
ตลท. ส่วนกฎเกณฑ์ หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (ฉบับเต็ม) ที่ www.set.or.th

อ่านเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 และไม่ได้อ่านหนังสือเวียนฉบับเต็ม

🔤 ตัวย่อที่ใช้ในหน้านี้

ตัวย่อ ชื่อเต็ม คืออะไร อ่านค่าอย่างไร
ตลท. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ดูแลตลาดและออกมาตรการชุดนี้ ใช้เรียกผู้ออกกติกา
SET The Stock Exchange of Thailand ชื่อภาษาอังกฤษของ ตลท. ใน www.set.or.th ชื่อเว็บไซต์
SET100 SET 100 Index กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ 100 ตัวแรกที่สภาพคล่องสูง หุ้นอยู่ใน SET100 = ชอร์ตได้
ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หน่วยงานกำกับที่เห็นชอบมาตรการ "ก.ล.ต. เห็นชอบ" = ผ่านผู้กำกับแล้ว
DR Depositary Receipt ใบแสดงสิทธิผลประโยชน์ที่อ้างอิงหลักทรัพย์ต่างประเทศ DR เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ชอร์ตได้
ETF Exchange Traded Fund กองทุนที่ซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น ETF เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ชอร์ตได้
API Application Programming Interface ช่องทางให้โปรแกรมส่งคำสั่งตรง Dedicated API = ช่องส่งคำสั่งเฉพาะราย
HFT High Frequency Trading การซื้อขายถี่และเร็วด้วยระบบอัตโนมัติ ต้องดูความถี่ ความเร็ว สถานะคงค้าง มูลค่าซื้อขาย
OTR Order-to-Trade Ratio จำนวนคำสั่งต่อจำนวนรายการที่จับคู่ได้ (ความหมายจากความรู้ทั่วไป) 120 = ส่ง 120 คำสั่งต่อ 1 รายการที่จับคู่
DPB Dynamic Price Band กรอบราคาที่ปรับตามหลักทรัพย์ (ความหมายจากความรู้ทั่วไป) DPB รายหลักทรัพย์ถูกยกเลิก
MRT Minimum Resting Time เวลาขั้นต่ำที่คำสั่งต้องค้าง (ความหมายจากความรู้ทั่วไป) MRT ถูกยกเลิก
Tick Size Tick Size ช่องราคาที่เล็กที่สุดที่ราคาขยับได้ ช่อง 0.05 บาท = ราคาขยับทีละ 0.05
Zero-Plus Tick Zero-Plus Tick ชอร์ตได้ที่ราคาเท่ากับหรือสูงกว่าราคาล่าสุด ล่าสุด 50.00 → ชอร์ตได้ตั้งแต่ 50.00
Uptick Uptick ชอร์ตได้เฉพาะราคาสูงกว่าราคาล่าสุด ล่าสุด 50.00 → ชอร์ตได้ตั้งแต่ 50.25 ขึ้นไป (ถ้า tick 0.25)
Spread Bid-Ask Spread ส่วนต่างราคาเสนอซื้อกับเสนอขาย 0.10 บาท = ต้นทุนแฝงต่อรอบ
บาท / สตางค์ หน่วยเงิน 1 บาท = 100 สตางค์ 15 สตางค์ = 0.15 บาท
% เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนต่อ 100 ลง 10% จาก 100 บาท = ลงถึง 90 บาท
ครั้งต่อนาที จำนวนคำสั่งต่อนาที ความถี่ของการส่งคำสั่ง 50 ครั้งต่อนาที = เฉลี่ยเกือบวินาทีละ 1 คำสั่ง

แถวที่ความหมายมาจากความรู้ทั่วไปไม่ใช่นิยามของ ตลท.: OTR, DPB, MRT, API, DR, ETF, SET100, Tick Size, Spread และตัวอย่างค่า Tick 0.05 / 0.25 ในคอลัมน์ "อ่านค่าอย่างไร" (ตัวอย่างประกอบ)

🏁 Summary

  • มีผล 16 พฤศจิกายน 2569 รวม 8 มาตรการ ผ่านความเห็นชอบของ ก.ล.ต. แล้ว
  • แนวคิดหลักคือผ่อนกติกาทั่วไปและกำกับตามพฤติกรรม ใช้เบรกเฉพาะเมื่อตลาดผิดปกติ
  • ตัวเลขที่ต้องจำ: ปิดลง 10% → Uptick วันถัดไป, OTR มากกว่า 50 เท่า และมากกว่า 50 ครั้งต่อนาที, ส่วนเกิน 15,000 รายการต่อวัน, 0.15 บาทต่อรายการ
  • ผลดีทั้งหมดยังเป็นผลที่คาดหวัง ไม่มีตัวเลขหลังบังคับใช้
  • ข้อมูลที่ต้องหาเพิ่ม: Tick Size ใหม่, เกณฑ์ขึ้นทะเบียน Dedicated API/HFT และนิยามนับรายการของ OTR

Recommendation ก่อนวันบังคับใช้ ให้คำนวณ OTR และจำนวนคำสั่งต่อนาทีจากข้อมูลย้อนหลังของตนเอง แล้วอ่านหนังสือเวียนฉบับเต็มเพื่อเติมตัวเลขที่ยังขาด

Facebook

ความรู้ที่เกี่ยวข้อง