แก่นของเรื่อง
แนวคิดหลัก: ตลาดการเงินเปลี่ยนกฎตลอดเวลา เพราะผู้เล่นเปลี่ยนความเชื่อและพฤติกรรม แม้แต่การเทรดของเราเองก็เปลี่ยนราคา การทำนายราคาให้ถูกต่อเนื่องจึงแทบเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ quant ทำได้คือแยกความเสี่ยงที่คำนวณได้ออกจากความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ แล้วออกแบบพอร์ตให้ผลรวมออกมาดีแม้บางตำแหน่งแพ้
Important Quant ไม่ใช่เครื่องทำนายราคา ผลลัพธ์มาจากการจัดการความเสี่ยงแบบทำซ้ำได้ ไม่ใช่จากการเดาถูก
ทำไมวิธีนี้ได้ผล (กลไกเหตุ-ผล)
| ขั้น | เหตุ | ผล |
|---|---|---|
| 1 | ตลาดเปลี่ยนกฎ ผู้เล่นเปลี่ยนความเชื่อ | แบบจำลองทำนายราคาเสื่อมเร็ว |
| 2 | ความเสี่ยงแยกเป็นส่วนที่วัดได้กับส่วนที่ไม่รู้ | จัดการได้เฉพาะส่วนที่วัดได้ |
| 3 | สินทรัพย์หลายตัวเคลื่อนไหวต่างทิศหรือไม่พร้อมกัน | ผลรวมนิ่งกว่าตัวเดี่ยว |
| 4 | ออปชันและสัญญาล่วงหน้าล็อกผลลัพธ์ล่วงหน้า | ต้นทุนและรายได้คาดการณ์ได้ |
| 5 | ขั้นตอนเป็นกฎที่ทำซ้ำได้ | สถาบันใช้คนแทนกันได้ ทดสอบซ้ำได้ |
20% ที่สำคัญที่สุดในทางปฏิบัติ
- แยก risk (รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นได้และคำนวณได้) ออกจาก uncertainty (ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไร)
- กระจายความเสี่ยง อย่าให้ตำแหน่งเดียวล้มพอร์ตทั้งก้อน
- ใช้ออปชัน/สัญญาล่วงหน้าเป็น "ประกัน" ของความเสี่ยงที่รับไม่ไหว
- ตระหนักว่าแบบจำลองหมดอายุ สูตรที่ทุกคนรู้แล้วจะไม่เหลือกำไรพิเศษ
- รออย่างอื่นได้: ทฤษฎี quantum เชิงลึก รายละเอียดคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ และการเลือกหลักสูตร
ช่วยให้ดีขึ้นอย่างไร
หมายเหตุ: ตัวเลขในแหล่งข้อมูลเป็นคำเล่าและตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่ผลทดสอบที่เปิดข้อมูลให้ตรวจ จึงใช้ป้าย วัดแล้ว อย่างจำกัด
| สถานการณ์ | ถ้าไม่ใช้ | ถ้าใช้ | วัดอย่างไร | หลักฐาน |
|---|---|---|---|---|
| พอร์ตหุ้นตัวเดียว บริษัทล้มละลาย | เงินหายหมด (ตัวอย่างที่เล่าว่าเสีย 100%) | กระจายหลายตัว ตัวที่ล้มกระทบส่วนน้อย | % ขาดทุนสูงสุดของพอร์ต | วัดแล้ว (เป็นเรื่องเล่า ไม่มีชุดข้อมูล) |
| ต้องซื้อน้ำมันหรือขายผลผลิตในอนาคต | ราคาผันผวนตามตลาด | ล็อกราคาด้วยสัญญาล่วงหน้า ต้นทุนคงที่ | ส่วนต่างงบจริงกับงบวางแผน | ตีความ |
| มี Bitcoin สองตัวที่ผันตามตลาดทิศตรงข้าม | รับความเสี่ยงตลาดเต็ม | ความเสี่ยงตลาดส่วนใหญ่หักล้างกัน | beta รวมของพอร์ต | ตีความ |
| ตัดหุ้น E ต่ำ (เช่น น้ำมัน) ออกจากพอร์ต | ผลตอบแทนเดิม | ผลตอบแทนลดลง (มีการระบุราว 10% ถ้อยคำกำกวม) แต่ได้พอร์ตสะอาด | ผลตอบแทนเทียบพอร์ตเดิม | วัดแล้ว (ไม่ชัด) ผลคือ trade-off ไม่ใช่กำไรเพิ่ม |
| ทำนายราคา Bitcoin ด้วยโมเดลล้วน ๆ | - | ไม่ได้ผลดีขึ้น: ตลาดเปลี่ยนจนโมเดลพังใน 3-4 เดือน (ตามคำกล่าว) | ความแม่นนอกตัวอย่าง | ยังไม่ทดสอบ |
| ใช้ AI/quantum แทนคนทั้งหมด | - | ข้ออ้างว่าฝึก AI ได้ใน 1 วินาที ไม่มีหลักฐาน | - | ยังไม่ทดสอบ |
ลองใช้
ตัวอย่างประกอบ (ตัวเลขของเราเอง ไม่ใช่จากต้นทาง)
1) กระจายความเสี่ยง มีเงิน 1,000,000 บาท
| กรณี | วิธี | ตัวหนึ่งล้มเหลวเหลือ 0 | ขาดทุนพอร์ต |
|---|---|---|---|
| ก | ลงหุ้นตัวเดียว | ตัวนั้นล้ม | 1,000,000 บาท = 100% |
| ข | ลง 10 ตัว ตัวละ 100,000 | 1 ตัวล้ม | 100,000 บาท = 10% |
2) ตัดความเสี่ยงตลาดด้วย long/short กำหนด w คือสัดส่วนน้ำหนัก และ β คือความไวต่อตลาด
| สินทรัพย์ | w | β | w × β |
|---|---|---|---|
| เหรียญ A (ซื้อ) | +0.5 | +1.2 | +0.60 |
| เหรียญ B (ขาย) | -0.5 | +1.2 | -0.60 |
| รวม | 0.00 |
β รวม = 0 หมายถึงตลาดขึ้นหรือลงทั้งกระดานไม่กระทบพอร์ตโดยตรง แต่ความเสี่ยงเฉพาะตัวของแต่ละเหรียญยังอยู่
3) ความคาดหวังรายได้จากเทรดเอง (ใช้ผลตอบแทน 10% ต่อปีที่กล่าวว่าพอเป็นไปได้)
| ทุน (บาท) | กำไร/ปี ที่ 10% | เฉลี่ยต่อเดือน |
|---|---|---|
| 500,000 | 50,000 | ≈ 4,167 |
| 3,000,000 | 300,000 | 25,000 |
เมื่อไรควรใช้ / ไม่ควรใช้
| เครื่องมือ | ใช้เมื่อ | ไม่ควรใช้เมื่อ | ต้องมีก่อน |
|---|---|---|---|
| กระจายความเสี่ยง | ถือหลายสินทรัพย์ | สินทรัพย์ทั้งหมดผันตามกัน (คริปโตส่วนใหญ่ตาม Bitcoin) | ข้อมูลความสัมพันธ์ |
| ออปชัน/ล่วงหน้า | ต้องล็อกต้นทุนหรือราคาขาย | ไม่เข้าใจเงื่อนไขสัญญา | ความรู้ผลิตภัณฑ์ซับซ้อน |
| Factor model | ต้องรู้ว่าผลตอบแทนมาจากไหน | พื้นฐานบริษัทพังจนโมเดลแปลกประหลาด | ข้อมูลย้อนหลังสะอาด |
| กรอง ESG | นโยบายองค์กรต้องการ | ต้องการผลตอบแทนสูงสุดเท่านั้น | คะแนนจากหน่วยประเมิน |
| ทำนายราคา | แทบไม่แนะนำ | ตลาดที่กฎเปลี่ยนบ่อย | - |
ก้าวแรกที่เล็กที่สุด
เขียนพอร์ตปัจจุบันเป็นตาราง (สินทรัพย์, สัดส่วน) แล้วดูว่าตำแหน่งใหญ่สุดมีกี่ % ถ้าตัวเดียวเกินที่รับขาดทุนไหว ให้ลดสัดส่วนก่อน
ทดสอบก่อน-หลัง
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| Metric | ขาดทุนสูงสุดของพอร์ตจากตำแหน่งที่แย่ที่สุด 1 ตำแหน่ง (%) |
| Baseline | ค่าก่อนกระจาย |
| เงื่อนไขผ่าน (กำหนดก่อนทดลอง) | ค่าหลังกระจายลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง และผลตอบแทนคาดหวังต่ำลงไม่เกิน 1 จุด % |
| วิธีวัด | ย้อนดูข้อมูล 1 ปี หรือจำลองด้วยตัวเลขข้างบน |
ทดสอบความเข้าใจ
| คำถาม | คำตอบ | คำตอบผิดที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| ถ้าทำนายราคาไม่ได้ quant หากำไรจากอะไร | จากการประกอบพอร์ตให้ผลรวมดี จัดการความเสี่ยง และตั้งราคาผลิตภัณฑ์ | quant คือคนทำนายราคาแม่นกว่าคนอื่น |
| สูตรตั้งราคาออปชันที่ถูกต้องเคยทำกำไรได้ ทำไมหยุดได้ | เมื่อทุกคนรู้ราคายุติธรรม ส่วนต่างหายไป | สูตรดีใช้ได้ตลอดไป |
| ถือ Bitcoin สองตัวที่ผันต่างทิศต่อตลาด เสี่ยงเป็นศูนย์ไหม | ไม่ เหลือความเสี่ยงเฉพาะตัวและความเสี่ยงซ่อน | β เป็น 0 ก็ปลอดภัยแล้ว |
| ตัดหุ้นที่ E ต่ำทั้งหมดทันที ดีไหม | ควรค่อย ๆ ลด เพราะอาจเสียผลตอบแทนมาก และบริษัทอาจปรับปรุงจนอยู่ต่อได้ | ตัดทิ้งหมดย่อมดีกว่าเสมอ |
| ทำไมช่วงเปลี่ยนไปใช้การเข้ารหัสแบบทนควอนตัมจึงอันตรายสุด | ระบบเก่ายังมีใช้ ผู้ที่มี quantum computer ก่อนจะได้เปรียบ | พอมี quantum ทุกอย่างพังทันที |
| มีทุน 500,000 บาทและอยากรวยจากเทรด ทำได้ไหม | ที่ 10% ต่อปีได้ราว 50,000 บาท ไม่ใช่ทางรวยเร็ว | ฝึกคณิตศาสตร์แล้วเทรดเองก็รวย |
Quant คืออะไร
Quant ย่อมาจาก quantitative finance คือสาขาการเงินที่ใช้คณิตศาสตร์ มองตลาดเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ ได้แก่ สร้างแบบจำลอง ทดสอบ และทำซ้ำได้ ต่างจากมุมจิตวิทยาตลาดที่ผลขึ้นกับอารมณ์และสัญชาตญาณของคน
| มุม | เน้น | ผลที่ตามมา |
|---|---|---|
| Quant | ตัวเลข การพิสูจน์ ทำซ้ำได้ | คนอื่นทำตามวิธีเดียวกันได้ผลเหมือนกัน |
| จิตวิทยา/เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม | ความเชื่อ อารมณ์ | อธิบายได้ แต่ทำซ้ำยากกว่า |
เหตุที่ผู้เรียนคณิตศาสตร์มาเข้าสายนี้: ตลาดงานสายคณิตศาสตร์ในไทยมีจำกัด (ติวเตอร์ สอน) ขณะที่การเงิน ประกัน และคอมพิวเตอร์เป็นสายที่ใช้คณิตศาสตร์โดยตรง คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือ ต้องมองหาปัญหาที่ใช้มันได้
ตลาดคริปโตและ Bitcoin
ลักษณะเฉพาะ
- สกุลเงินดิจิทัลจำนวนมาก (ราว 200 ตัวที่ใช้เป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา) มีสหสัมพันธ์สูงกับ Bitcoin: Bitcoin ขึ้น ตัวอื่นขึ้นตาม ลงก็ลงตาม ยกเว้น stable coin
- การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานยากกว่าหุ้น ในหุ้นเรารู้ขนาดบริษัท เช่น บริษัทเล็กมีที่ให้โตมากกว่า (หุ้นบางตัวขึ้นได้หลายร้อยเท่า) คริปโตมีหลายโครงการ ประเมินยาก
- ราคา Bitcoin ขึ้นกับ ความเชื่อ ของคน คล้ายทองคำ แต่ผันผวนกว่าทองและ Bitcoin เองในระดับนาทีเคยถูกลากขึ้นสุดแล้วกลับที่เดิมได้
กลุ่มกลยุทธ์ที่ใช้ได้
| กลยุทธ์ | แนวคิด | เหตุที่เหมาะกับคริปโต |
|---|---|---|
| Momentum | ตามเทรนด์ราคาที่ขึ้นต่อเนื่อง | ราคาเคลื่อนเป็นกลุ่ม |
| Market Neutral | ซื้อ-ขายคู่เพื่อตัดทิศตลาดออก | สินทรัพย์เคลื่อนไปทางเดียวกันหมด |
| Factor-based | แยกว่าผลตอบแทนมาจากปัจจัยร่วมใด | ความเสี่ยงร่วมสูงมาก |
| Long-term holder | ถือเพราะเชื่อพื้นฐานหรือที่หลบภัย | ผู้ถือทองคล้ายกัน |
ข้อมูล on-chain
Blockchain เปิดโปร่งใส เห็นทุกธุรกรรม แต่ไม่รู้ตัวตนเจ้าของ เห็นเพียง public key (ใช้ระบุกระเป๋า) เมื่อแยกกระเป๋าได้ ก็วิเคราะห์ได้ว่า whale (ผู้ถือรายใหญ่) ย้ายเงินไปไหน ซึ่งบอกความเชื่อของตลาดและความเสี่ยงระยะสั้น ข้อมูล Bitcoin สะสมมาราว 17 ปี ข้อมูลเปิดเช็กได้ ถือเป็นข้อได้เปรียบในการวิจัย
ทำไมตลาดแบบจำลองยาก
เปรียบกับธรรมชาติ เช่น ไฟป่า อากาศ หรือแบบจำลองเซลล์ ซึ่งอยู่ใต้กฎฟิสิกส์ที่ทุกอย่างทำตาม ตลาดต่างออกไป เพราะคนเปลี่ยนพฤติกรรมได้
| ปัจจัย | ตัวอย่าง |
|---|---|
| กฎเปลี่ยนตามสถานการณ์ | อัตราดอกเบี้ยขึ้น เบี้ยประกันเปลี่ยน |
| ความเชื่อเปลี่ยน | ความเชื่อต่อ Bitcoin |
| ผู้เทรดมีผลกระทบเอง | สั่งซื้อจำนวนมากทำให้ราคาขยับ ต้องมีคนยอมขาย |
ข้อมูลเก่ายังใช้ได้ หากเข้าใจว่าแพตเทิร์นคืออะไร และปรับโมเดลบ่อย ๆ การทำนายราคาจึงถูกแทนด้วยการจัดการความเสี่ยง
AI กับ quant
- ทั้งสองไม่ใช่คู่แข่งตรง ๆ AI ในทางปฏิบัติใช้อัลกอริทึมคณิตศาสตร์ชุดเดียวกับที่ quant ใช้
- AI ที่อธิบายไม่ได้ (neural network) ต่างจาก Explainable AI ที่อธิบายเหตุผลได้
- สถาบันการเงินต้องการเหตุผลของการเทรดที่อธิบายได้ จึงนิยมแบบจำลองที่ทำซ้ำและตรวจสอบได้
- ตัวอย่างที่เล่า: โมเดลทำนายราคา Bitcoin ได้ 3 เดือน เดือนที่ 4 ก็พัง เพราะตลาดเปลี่ยน
ออปชันและการกระจายความเสี่ยง
ออปชันคือประกันราคา
ออปชันคือสัญญาที่ซื้อ-ขายสิทธิ์ตามเงื่อนไขราคา ผู้ซื้อจ่ายเบี้ยเพื่อประกัน ผู้ขายรับเบี้ยและรับภาระจ่ายหากเงื่อนไขเกิด ตัวอย่างที่ยกมา: สัญญาที่จ่ายเมื่อราคา Bitcoin เกิน 80,000 (หน่วยไม่ได้ระบุชัด) ผู้ขายประกันต้องจัดการความเสี่ยงของตนเอง
ราคายุติธรรมของออปชัน
ก่อนมีทฤษฎีตั้งราคา ตลาดซื้อขายด้วยอุปสงค์-อุปทานโดยไม่รู้ราคายุติธรรม ผู้ที่รู้สูตรได้กำไรชัด พอสูตรเผยแพร่และทุกคนรู้ ส่วนต่างที่เคยทำกำไรก็หมดไป ตัวอย่างนี้บอกว่า ความรู้ที่เป็นความลับสร้างกำไรได้ แต่เมื่อแพร่หลายจะเหลือแค่ราคายุติธรรม
กระจายความเสี่ยงในพอร์ต
- ทฤษฎีพอร์ตโฟลิโอได้รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ (อยู่ในคำพูด; ชื่อบุคคลที่ฟังไม่ชัด จึงไม่ระบุ)
- ลงหลายสินทรัพย์ ถ้าตัวหนึ่งล้ม อีกตัวช่วยถัวเฉลี่ย พอร์ตไม่พังทั้งก้อน
- หลังวิกฤต ผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุน เช่น ไม่ลงหุ้นกลุ่มเดียวที่โดนผลกระทบพร้อมกัน (ตัวอย่างกลุ่มธุรกิจที่รายได้จากบัตร/การเดินทางถูกกระทบช่วงโควิด)
- กองทุนที่ใช้นักวิทยาศาสตร์ล้วนและเทรดระยะสั้นเคยมีผลตอบแทนสูงมาก (เล่าว่าราว 50% ต่อปี) แต่ตัวเลขนี้เป็นเพดานของคนที่เก่งที่สุด ไม่ใช่ค่าปกติ
- สถาบันการเงินเปลี่ยนจากนักลงทุนเน้นมูลค่า (value investor) มาใช้ quant มากขึ้นนับจากราว 2017 เพราะขั้นตอนเป็นโปรโตคอลที่ทำซ้ำได้ ใช้คนแทนกันได้ (ถ้อยคำช่วงนี้กำกวม)
- ผู้เล่นทุกคนชนะไม่ได้ ต้องมีผู้แพ้บางเกม สิ่งที่ทำได้คือประกอบผลรวมให้ออกมาดี
ความเสี่ยงที่มองเห็นและมองไม่เห็น
| แนวคิด | ความหมาย | จัดการได้ไหม |
|---|---|---|
| Risk | รู้ว่าอาจเกิดอะไร คำนวณได้ | จัดการได้ |
| Uncertainty | ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไร | ไม่ได้ ต้องเลือกว่าจะรับหรือไม่ |
| ความเสี่ยงซ่อน | รู้ว่ามี แต่ควบคุมไม่ได้ | บอกได้เพียงว่ามีอยู่ |
| ความเสี่ยงตลาด | ทั้งตลาดขึ้น-ลง (ในคริปโตคือความเชื่อ) | ควบคุมไม่ได้ แต่ตัดทอนได้ด้วย hedge |
Factor model
แยกผลตอบแทนเป็นส่วน ๆ ตามปัจจัย (ปัจจัยที่ 1, 2, 3...) เพื่อรู้ว่าผลตอบแทนมาจากไหน วิธียอดนิยมคือ PCA เมื่อปัจจัยพื้นฐานพัง โมเดลอาจให้ผลแปลก ๆ ที่อธิบายไม่ได้
Hedge ความเสี่ยงตลาด
ถ้าถือสองเหรียญที่ตอบสนองต่อตลาดคนละทิศในสัดส่วนเท่ากัน ผลกระทบตลาดรวมจะหักล้างกัน (ดูตัวอย่าง β ด้านบน)
ESG กับพอร์ตลงทุน
ESG คือ Environment (สิ่งแวดล้อม), Social (สังคม), Governance (บรรษัทภิบาล) การให้คะแนนมักมาจากหน่วยประเมินภายนอก (เช่น บริษัทจัดอันดับ)
| ประเด็น | สิ่งที่พบ/อ้างถึง |
|---|---|
| หุ้นที่ E สูง | บริษัทใส่ใจสิ่งแวดล้อม |
| หุ้นที่ E ต่ำ (เช่น น้ำมัน) | จ่ายผลตอบแทนดี การตัดทิ้งทำให้ผลตอบแทนลด (ราว 10% ตามถ้อยคำ) |
| ผลของพอร์ตที่ถือกว่า 100 บริษัท | ตัดบางตัวผลกระทบไม่มาก เพราะปัจจัยอื่นเฉลี่ยออก |
| วิธีที่แนะนำ | ลดสัดส่วนทีละน้อย ไม่ตัดทันที ให้โอกาสบริษัทปรับปรุง |
| คริปโต | ประเมิน ESG ยาก เพราะโครงการเล็กและเกิด-ดับเร็ว |
อาชีพและเส้นทางสาย quant
| อาชีพ | งาน | ข้อกำหนดที่กล่าวถึง | รายได้ที่กล่าวถึง |
|---|---|---|---|
| Researcher | สร้างกลยุทธ์และโมเดล | องค์กรใหญ่มักต้องการ PhD | ราว 10 ล้านต่อปี (ไม่ระบุสกุลเงิน) |
| Trader | เทรดตามโมเดลที่มีอยู่ | ใบอนุญาตตามกฎหมาย | เงินเดือนสูง มีคอมมิชชัน (ตัวเลข 2% ในต้นทางกำกวม) |
| อาชีพที่สาม | ไม่ชัดใน transcript | - | บางสายได้ 200,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป |
- ความมั่งคั่งมาจากเงินเดือนของสถาบัน ไม่ใช่จากเทรดเงินตัวเอง
- ข้อเสีย: งานเครียด ต้องมีผลงานสม่ำเสมอ ผู้ให้ข้อมูลบางคนลาออกมาสอน
- ตำแหน่งอาจารย์ไทยมีจำกัด เพราะจำนวนนักศึกษาลดลง
เทรดเองต้องมีทุนเท่าไร (ความเห็น)
| ตลาด | ทุนขั้นต่ำที่แนะนำ |
|---|---|
| หุ้น | 3 ล้านบาท |
| คริปโต | ราว 1 ล้านบาท (ทุนเทรดอาจ 500,000 ถึง 1 ล้าน) |
เหตุผล: การเริ่มด้วยเงิน 100,000 แล้วหวังรวยคือการพนัน ที่ 10% ต่อปีใช้เวลานานมาก ต่อให้เก่งระดับสูงสุดก็อยู่ราว 50% ต่อปี
เรียนต่อสาย quant
| สถานที่ | หลักสูตรที่กล่าวถึง | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย | ปริญญาโท Financial Science | ข้อมูลจากคำบอกเล่า ควรตรวจกับสถาบัน |
| จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย | ปริญญาโท วิศวกรรมการเงิน | เช่นเดียวกัน |
| NIDA | ปริญญาโทที่เน้นการเงิน มีเรียนเสาร์-อาทิตย์ | ต้องจบปริญญาตรีก่อน |
| สิงคโปร์ | หลักสูตรการเงินเอเชียหลายแห่ง | ใกล้ไทย |
| มาเลเซีย | มีหลายแห่ง และสาขาของมหาวิทยาลัยต่างประเทศ | - |
- Financial Engineering และ Financial Mathematics ชื่อคล้ายแต่ไม่ได้เหมือนกัน
- พื้นคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ใช้สร้างและขยายแบบจำลองให้ครอบคลุมหลายตลาด ไม่จำเป็นต้องรู้การเงินมาก่อน บริษัทต่างประเทศมีหัวหน้าที่ใช้คนสายนี้เป็น ส่วนไทยยังต้องมีคนเริ่มก่อน
- ในไทยมีสมาคมของคนสาย quant ที่ศึกษาเทรนด์ของประเทศ
Quantum computing กับ AI
อะไรเร็วขึ้น และเพราะอะไร
คำอธิบายที่ให้: quantum computer เร็วเพราะสองส่วน คืออัลกอริทึมที่ซับซ้อนน้อยลงมาก และฮาร์ดแวร์ที่ทำงานต่างจากคอมพิวเตอร์ปกติ (เล่าว่างานที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปใช้นานทำได้ในไม่กี่นาที)
Warning ข้ออ้างที่ว่า AI ที่ปกติฝึก 5 ถึง 10 ปีจะฝึกเสร็จใน 1 วินาทีเมื่อรวมกับ quantum เป็นการเปรียบเทียบสมมติ ไม่มีหลักฐานรองรับ
ความรู้ทั่วไป (ไม่ได้มาจากต้นทาง): ความเร็วของ quantum ขึ้นกับประเภทปัญหา ไม่ได้ทำให้ทุกงานเร็วขึ้น
ผลต่อ Bitcoin และธนาคาร
| ประเด็น | ข้อมูล |
|---|---|
| กระเป๋า Bitcoin | มี public key (ทุกคนเห็น) และ private key (ลับ ใช้ลงนาม) |
| ความปลอดภัยปัจจุบัน | อาศัยคณิตศาสตร์ elliptic curve ย้อนหา private key ด้วยคอมพิวเตอร์ปกติใช้เวลานานเกินจริง (กล่าวว่าราว ล้านปี) |
| ข้อดี/ข้อเสีย | ปลอดภัย แต่ถ้าทำ private key หายก็กู้ไม่ได้ |
| ภัยจาก quantum | ผู้ที่มี quantum computer ก่อนใครอาจหา private key จาก public key ได้ |
| ธนาคาร | ถูกกระทบเช่นกัน ถ้าคริปโตรับมือไม่ได้ ธนาคารก็เสี่ยง |
| ช่วงอันตรายที่สุด | ช่วงเปลี่ยนระบบ เพราะบางกลุ่มมีเครื่องก่อน |
| ทางแก้ | เปลี่ยนไปใช้การเข้ารหัสที่ทนต่อ quantum (post-quantum cryptography) |
ความเห็นที่ให้: ปัจจุบัน quantum computer ยังอยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ ไม่เปิดให้ทั่วไป ความเสี่ยงจึงอยู่ที่ใครได้ก่อน และการอัปเกรดระบบทันเวลาหรือไม่
ความรู้ทั่วไปเพิ่มเติม: หน่วยงานมาตรฐานสหรัฐ NIST ประกาศมาตรฐานการเข้ารหัสแบบทนควอนตัมชุดแรกในปี 2024 ใช้เป็นแนวทางการย้ายระบบ
ไทยกับ AI และการเงิน
| หัวข้อ | ข้อสังเกต |
|---|---|
| โครงการ AI ไทย | เห็นว่างบสูงและใช้ไม่คุ้ม อาจใช้ transfer learning จากโมเดลเปิดแทน |
| การคัดลอกแล้วพัฒนา | เร็วและถูกกว่า R&D จากศูนย์ (ความเห็นเรื่องแนวทางของจีน) |
| ศูนย์กลางการเงินภูมิภาค | พูดมากว่า 10 ปี ยังไม่เห็นผล สิ่งแรกคือความรู้ของคน |
| ความพร้อม | มีบุคลากรเพิ่มขึ้น ผู้ที่เรียนจบมาราว 2 ปี |
| กฎหมาย | ตามเทคโนโลยีไม่ทัน เสียโอกาส ควรให้หน่วยกำกับดูแลมีที่ปรึกษาที่รู้จริง |
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ความรู้ได้จริง
- สัญญาล่วงหน้าล็อกราคา: ซื้อน้ำมันล่วงหน้า 3 เดือนเพื่อให้จ่ายเท่าวันนี้ เกษตรกรล็อกราคาขายได้ แต่ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง
- ในอดีตไทยเคยมีตลาดล่วงหน้ายางพาราและข้าว แต่ล้มเหลวเพราะขาดคนที่มีความรู้ และความรู้มาถึงเร็วเกินไป
- Tokenization: แปลงสินทรัพย์จริงเป็นโทเค็นเพื่อซื้อขาย ผลิตภัณฑ์การเงินสร้างง่ายและผ่านผู้กำกับดูแลน้อยกว่า
แยกข้อเท็จจริง ความเห็น และข้ออ้าง
| ประเภท | ตัวอย่าง |
|---|---|
| ข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้าง | Blockchain เปิดเผยธุรกรรม, ออปชันเป็นสัญญาประกันราคา, ความเสี่ยงบางส่วนวัดได้ |
| ข้อสังเกตเชิงข้อมูล | สกุลเงินดิจิทัลจำนวนมากเคลื่อนตาม Bitcoin |
| ความเห็น | ไม่ทำนายราคา, ราคา Bitcoin เป็นเรื่องความเชื่อ, โครงการ AI ไทยใช้งบไม่คุ้ม |
| คำแนะนำ | ทุนขั้นต่ำ 3 ล้านสำหรับหุ้น และราว 1 ล้านสำหรับคริปโต, ลดหุ้น E ต่ำทีละน้อย |
| ข้ออ้างที่ยังไม่มีหลักฐาน | AI ฝึกใน 1 วินาที, quantum ที่ใช้งานแล้วในบางกลุ่ม, ผลตอบแทน 50% ต่อปีเป็นเพดาน |
| ข้อมูลที่ไม่ชัดใน transcript | ตัวเลข 10% ของ ESG, คอมมิชชัน 2%, อาชีพที่สาม |
Risks
Warning การเทรดด้วยทุนน้อยโดยหวังรวยคือการพนัน และ quant ไม่ได้รับประกันกำไร
| ความเสี่ยง | อธิบาย | วิธีลด |
|---|---|---|
| โมเดลหมดอายุ | ตลาดเปลี่ยนกฎ | ทดสอบซ้ำ ปรับบ่อย |
| กระจายไม่จริง | คริปโตผันตาม Bitcoin | ตรวจความสัมพันธ์จริง |
| ความเสี่ยงซ่อน | รู้ว่ามีแต่ควบคุมไม่ได้ | กันเงินสำรอง |
| ผลกระทบตลาด | ออเดอร์ใหญ่ขยับราคาเอง | แบ่งออเดอร์ |
| ผลิตภัณฑ์ซับซ้อน | ออปชันเข้าใจผิดแล้วเจ็บหนัก | เรียนก่อนใช้ |
| ข้อมูลในหน้านี้ | transcript ผิดเพี้ยนหลายจุด | ตรวจกับแหล่งจริงก่อนตัดสินใจ |
| ภัย quantum | ช่วงเปลี่ยนระบบ | อัปเกรดการเข้ารหัสตามมาตรฐาน |
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- รู้ quant แล้วรวย: รายได้สูงมาจากเงินเดือนสถาบันมากกว่าการเทรดเอง
- AI กับ quant คือคนละเรื่อง: ใช้คณิตศาสตร์ชุดเดียวกันเป็นหลัก
- ข้อมูลเปิดแล้วรู้ตัวตน: เห็นเพียง public key ไม่เห็นชื่อเจ้าของ
Decision / next steps
Recommendation เริ่มจากการจัดการความเสี่ยงของพอร์ตตัวเอง ก่อนคิดเรื่องทำนายหรือเทรดเพิ่ม
เช็กลิสต์ตัดสินใจ
| สถานะ | ข้อ |
|---|---|
| ⚪ | ตำแหน่งใหญ่สุดในพอร์ตขาดทุน 100% แล้วรับไหวหรือไม่ |
| ⚪ | สินทรัพย์ที่ถือเคลื่อนตามกันหมดหรือไม่ (เช่น คริปโตตาม Bitcoin) |
| ⚪ | ความเสี่ยงต้นทุนหรือรายได้แบบใดล็อกด้วยสัญญาล่วงหน้าได้ |
| ⚪ | เข้าใจเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ซับซ้อนก่อนใช้ |
| ⚪ | ระบุสิ่งที่ไม่ทราบ (uncertainty) และกันเงินสำรองไว้แล้ว |
| ⚪ | ถ้าถือคริปโตระยะยาว ติดตามเรื่องมาตรฐานการเข้ารหัสทนควอนตัม |
Sources
สถาบันที่อ้างถึง ซึ่งข้อมูลหลักสูตรมาจากคำบอกเล่า ควรตรวจกับสถาบันโดยตรง
| สถาบัน | ใช้อ้างถึง |
|---|---|
| มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย | หลักสูตรปริญญาโทสาย Financial Science |
| จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย | หลักสูตรปริญญาโทวิศวกรรมการเงิน |
| สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) | หลักสูตรปริญญาโทที่เน้นการเงิน |
| NIST (สหรัฐ) | มาตรฐานการเข้ารหัสทนควอนตัมที่ประกาศปี 2024 (ความรู้ทั่วไป) |
ตัวย่อที่ใช้ในหน้านี้
| ตัวย่อ | ชื่อเต็ม | คืออะไร | อ่านค่าอย่างไร |
|---|---|---|---|
| Quant | Quantitative finance | การเงินที่ใช้คณิตศาสตร์และแบบจำลอง | "สาย quant" = ทำงานแบบจำลองการเงิน |
| AI | Artificial Intelligence | ระบบที่เรียนรู้จากข้อมูลเพื่อทำงานแทนคน | "ฝึก AI 5 ปี" = ใช้เวลาฝึกโมเดล 5 ปี |
| ESG | Environment, Social, Governance | คะแนนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล | "E สูง" = ใส่ใจสิ่งแวดล้อม |
| PCA | Principal Component Analysis | วิธีลดมิติข้อมูลเพื่อหาปัจจัยหลัก | ปัจจัยที่ 1 อธิบายส่วนใหญ่ของความผันผวน |
| XAI | Explainable AI | AI ที่อธิบายเหตุผลได้ | เทียบกับ neural network ที่อธิบายไม่ได้ |
| API | Application Programming Interface | ช่องทางเรียกใช้บริการหรือโมเดลจากภายนอก | "ซื้อ API" = จ่ายตามการเรียกใช้ |
| PhD | Doctor of Philosophy | ปริญญาเอก | องค์กรใหญ่ขอ PhD สำหรับ researcher |
| PQC | Post-Quantum Cryptography | การเข้ารหัสที่ทนต่อ quantum computer | ระบบที่ย้ายไป PQC แล้ว = ปลอดภัยต่อ quantum |
| NIST | National Institute of Standards and Technology | หน่วยงานมาตรฐานของสหรัฐ | เป็นผู้ประกาศมาตรฐาน PQC |
| BTC/Bitcoin | Bitcoin | สกุลเงินดิจิทัลรายแรก | ใช้เป็นตัวอ้างอิงตลาดคริปโต |
| บาท | Thai baht | หน่วยเงินไทย | 3,000,000 บาท = สามล้านบาท |
| % | เปอร์เซ็นต์ | ร้อยละ | 10% ต่อปี = 10 บาทต่อ 100 บาทต่อปี |
สัญลักษณ์ในสูตร
| สัญลักษณ์ | ความหมาย | อ่านค่าอย่างไร |
|---|---|---|
| w | น้ำมันหนักของสินทรัพย์ในพอร์ต (weight) | +0.5 = ซื้อครึ่งหนึ่งของพอร์ต -0.5 = ขาย |
| β (beta) | ความไวของสินทรัพย์ต่อตลาด | 1.2 = ตลาดขยับ 1% สินทรัพย์ขยับราว 1.2% |
แถวที่มาจากความรู้ทั่วไป ไม่ใช่นิยามจากต้นทางโดยตรง: PCA, XAI (ต้นทางพูดถึงแนวคิดแต่ไม่ได้นิยาม), API, PQC, NIST, และ β / w
Summary
- Quant คือการใช้คณิตศาสตร์แบบทดสอบและทำซ้ำได้กับตลาด ไม่ใช่การทำนายราคา
- ตลาดเปลี่ยนกฎ จึงแทนการทำนายด้วยการจัดการความเสี่ยง กระจายสินทรัพย์ และใช้ออปชัน/ล่วงหน้าเป็นประกัน
- คริปโตส่วนใหญ่เคลื่อนตาม Bitcoin ข้อมูล on-chain เปิดแต่ไม่เปิดตัวตน
- ความมั่งคั่งสาย quant ส่วนใหญ่มาจากเงินเดือนสถาบัน ไม่ใช่เทรดเอง
- ภัย quantum เป็นความเสี่ยงเชิงเวลาและการเปลี่ยนระบบ ส่วนข้ออ้างความเร็วบางข้อไม่มีหลักฐาน
ภาพประกอบที่หน้านี้ไม่มี
บางช่วงผู้พูดอธิบายผ่านภาพบนจอ (กราฟ ตาราง หรือรูป) หน้านี้ไม่ได้ถอดภาพเหล่านั้นมา จึงไม่บรรยายว่าภาพแสดงอะไร (ภาพประกอบไม่ได้ถอดมา)
| เวลา | ภาพที่อ้างถึง | ผู้พูดพูดถึงภาพนี้ว่า |
|---|---|---|
| 04:58 | ไม่ระบุชนิด | พูดเรื่องทีมต่าง ๆ ที่วิเคราะห์ราคา และความต่างจากมุมของเทรดเดอร์ |
| 06:17 | ไม่ระบุชนิด | พูดเรื่องผู้ถือระยะยาวที่เชื่อว่าทองคือที่หลบภัย และคริปโตที่ราคาขึ้นต่อเนื่อง |
| 07:20 | chart | พูดถึงแผนภูมิ "ที่แสดงมุมมองของเรา" และปัจจัยร่วมกับปัจจัยเสี่ยงของตลาดคริปโต |
| 09:33 | ไม่ระบุชนิด | พูดเรื่อง public key การรู้ว่าใครทำธุรกรรม และการเคลื่อนย้ายเงินก้อนใหญ่ |
| 10:55 | chart | พูดถึงแท่งเทียนที่ถูกลากขึ้นสุดแล้วตกลงมาที่เดิม และข้อมูล Bitcoin 17 ปี |
| 13:26 | picture | พูดเรื่องการจัดการความเสี่ยงแทนการทำนาย และ AI ที่อธิบายได้กับไม่ได้ (ถ้อยคำกำกวม) |
| 17:07 | graph | พูดถึงกราฟที่เกี่ยวกับสถาบันการเงินและส่วนแบ่งตลาดตั้งแต่ราวปี 2017 (ถ้อยคำกำกวม) |
| 19:26 | ไม่ระบุชนิด | พูดถึงการเริ่มใช้คณิตศาสตร์คำนวณการกระจายความเสี่ยงในพอร์ต |
| 20:16 | ไม่ระบุชนิด | พูดเรื่องกองทุนที่ใช้นักวิทยาศาสตร์ ตลาดอนุพันธ์ และราคาที่ควรเป็นของออปชัน |
| 23:40 | ไม่ระบุชนิด | พูดเรื่อง factor model การแยกที่มาของผลตอบแทน และวิธี PCA |
| 26:22 | ไม่ระบุชนิด | พูดเรื่อง ESG หน่วยประเมิน และการทดสอบพอร์ต |
| 35:43 | ไม่ระบุชนิด | พูดเรื่องมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์และเอเชีย |
| 36:46 | ไม่ระบุชนิด | พูดถึงชื่อหลักสูตร Financial Engineering และ Financial Mathematics |
| 40:49 | ไม่ระบุชนิด | พูดอธิบาย quantum computer ว่าเร็วเพราะอัลกอริทึมและฮาร์ดแวร์ |
| 44:24 | ไม่ระบุชนิด | พูดเรื่องผลกระทบของ quantum ต่อ Bitcoin ธนาคาร และระบบความปลอดภัย |
| 48:32 | ไม่ระบุชนิด | พูดเรื่องช่วงเปลี่ยนระบบการเข้ารหัสและ quantum computer ที่มีใช้ในกลุ่มเล็ก |
| 51:35 | ไม่ระบุชนิด | พูดเรื่องการฝึก AI ด้วย transfer learning และงบ AI ของไทย |
| 54:46 | ไม่ระบุชนิด | พูดเรื่องไทยเป็นศูนย์กลางการเงิน กฎหมาย และสัญญาล่วงหน้ายางกับข้าวในอดีต |
| 57:21 | ไม่ระบุชนิด | พูดเรื่อง financial literacy ความพร้อมของคนไทย และ tokenization |
