Knowledge Hub

Spot, Futures, Options: 3 ตลาดของทองคำต่างกันอย่างไร

เรียนรู้ว่าราคาทองคำเกิดจากตลาดสามชั้น (Spot, Futures, Options) ที่ส่งแรงถึงกัน และใช้กรอบอ่านราคาทีละชั้นแทนการดูเส้นราคาเส้นเดียว

การลงทุนอ่าน 18 นาทีเผยแพร่ 18 ตุลาคม 2569

หน้านี้ยังไม่ครบ: หลายช่วงของเนื้อหาหลักอธิบายผ่านภาพที่ไม่ได้ถอดมา ดูรายการที่หัวข้อ "ภาพประกอบที่หน้านี้ไม่มี"

🎯 แก่นของเรื่อง

ราคาทองไม่ได้มีตลาดเดียว แต่มีอย่างน้อย 3 ชั้นที่ทำงานพร้อมกันและส่งแรงถึงกันตลอดเวลา

แกนความคิด: Spot คือราคาปัจจุบันและเป็นฐานอ้างอิง Futures คือสัญญาล่วงหน้าที่ใช้เงินประกัน (margin) จึงเร่งการเคลื่อนไหวได้ Options คือสิทธิที่บอกว่ากลุ่มผู้เล่นรายใหญ่วางเงื่อนไขไว้ที่ราคาไหน

ทำไมถึงได้ผล (กลไกเหตุ-ผล):

  1. Futures ใช้เงินน้อยควบคุมมูลค่ามาก จึงเป็นทางลัดสร้างแรงต่อราคาได้เร็วและถูกกว่าการซื้อทองจริง
  2. เมื่อราคาเคลื่อนเข้าใกล้ราคาใช้สิทธิ (strike price) ที่มี Open Interest สูง ผู้ทำตลาด (market maker) ต้องปรับพอร์ตด้วยการซื้อขาย Futures
  3. แรงซื้อขายนั้นไหลกลับมาที่ราคา Spot คนที่ดูแต่ Spot จึงงงว่าทำไมราคาแกว่งแรง

20% ที่สำคัญที่สุดในทางปฏิบัติ:

ต้องจำ รอได้
ลำดับการอ่าน: Spot → Futures → Options รายละเอียดการคำนวณ Delta และ Gamma
คำถามหลัก: "แรงอะไรกำลังขยับราคา" แทน "ขึ้นหรือลง" การจับจังหวะระดับนาที
Open Interest ที่ลดลงอาจหมายถึงการปิดสถานะ ไม่ใช่ความเชื่อเปลี่ยน ศัพท์ปลีกย่อยของสัญญาแต่ละตลาด

📈 ช่วยให้ดีขึ้นอย่างไร

หน้านี้เป็นกรอบความคิด ไม่มีตัวเลขผลลัพธ์ที่วัดได้ในเนื้อหาต้นทาง ทุกแถวจึงเป็นการตีความหรือยังไม่ทดสอบ

สถานการณ์ ถ้าไม่เข้าใจ 3 ตลาด ถ้าเข้าใจ วัดอย่างไร ป้ายหลักฐาน
ข่าวดีแต่ราคาไม่ขึ้น สรุปว่าข่าวไม่มีผล ตรวจว่าแรงฝั่ง Futures หรือ Options ฝืนอยู่หรือไม่ จดว่าอธิบายเหตุการณ์ได้ครบกี่ข้อ ตีความ
ราคาร่วงแรง คิดว่าทุกคนเลิกเชื่อทอง แยกได้ว่าอาจเป็นการถูกบังคับปิดสถานะ ดู Open Interest ลดลงพร้อมราคาหรือไม่ ตีความ
ราคาขึ้นแรง คิดว่าทุกคนแห่ซื้อทองจริง แยกได้ว่าอาจเป็นการซื้อคืนของฝั่งขาย เทียบทิศ Spot กับ Open Interest ตีความ
ราคานิ่งผิดปกติ มองว่าตลาดเงียบ สงสัยว่ามีระดับ strike ที่ Open Interest สูงดึงราคาไว้ ดูว่าราคาวนอยู่ใกล้ strike หนาแน่นหรือไม่ ตีความ
ตั้งคำถามกับตลาด ถามว่าจะขึ้นหรือลง ถามว่าแรงอะไรขยับราคา จำนวนคำถามที่ตอบได้ด้วยข้อมูล ยังไม่ทดสอบ

Note: ต้นทางระบุว่านักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเสียเปรียบเพราะมองทองเป็นตลาดเดียว ข้อนี้เป็นข้อกล่าวอ้าง ไม่มีตัวเลขสนับสนุน

🧪 ลองใช้

ตัวอย่างประกอบ: ผลของ margin (ตัวเลขสมมติของเรา)

สมมติถือทองมูลค่า 1,000,000 บาท เปรียบเทียบสองวิธี

รายการ Spot Futures (margin สมมติ 10%)
เงินที่ต้องวาง 1,000,000 100,000
มูลค่าทองที่คุมอยู่ 1,000,000 1,000,000
ราคาลง 5% ขาดทุน 50,000 ขาดทุน 50,000
ขาดทุนเทียบเงินที่วาง 5% 50%

คำนวณซ้ำได้: 1,000,000 × 5% = 50,000 แล้ว 50,000 ÷ 100,000 = 50% อัตรา margin ในตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติ ตลาดจริงกำหนดต่างกันได้ ผลที่ต้องจำคือเงินวางน้อยทำให้ขาดทุนต่อเงินที่วางสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสถูกบังคับปิดสถานะ

ใช้เมื่อไหร่ และไม่ควรใช้เมื่อไหร่

ตลาด เหมาะเมื่อ ไม่เหมาะเมื่อ ข้อกำหนดเบื้องต้น
Spot ถือยาว เก็บออม มองทองเป็นที่เก็บมูลค่า ต้องการเทรดสั้นด้วยเงินน้อย ทุนเต็มจำนวน
Futures อ่านแรงซื้อขายระยะสั้น หรือป้องกันความเสี่ยงราคา ไม่รับการขาดทุนที่ขยายและการบังคับปิดสถานะไม่ได้ เข้าใจ margin และวันหมดอายุ
Options ดูว่ากลุ่มผู้เล่นวางเงื่อนไขไว้ที่ราคาไหน หรือซื้อสิทธิป้องกันความเสี่ยง คาดหวังใช้เดาทิศทางอย่างเดียว เข้าใจ premium และ strike price

ก้าวแรกที่เล็กที่สุด

เมื่อราคาทองขยับแรงครั้งถัดไป ให้เขียนตอบ 3 ข้อก่อนตัดสินใจ

  1. ราคา Spot ตอนนี้อยู่ตรงไหน และเทียบกับภาพใหญ่เป็นอย่างไร
  2. Open Interest ฝั่ง Futures เพิ่มหรือลด
  3. ระดับ strike ไหนมี Open Interest หนาแน่น และราคาอยู่ห่างแค่ไหน

ทดสอบว่ามีประโยชน์จริงหรือไม่

ขั้น สิ่งที่ทำ
ตัวชี้วัด สัดส่วนครั้งที่คำอธิบายการเคลื่อนไหวของราคาตรงกับข้อมูลที่ตรวจ
ฐานเปรียบเทียบ 5 เหตุการณ์ที่ผ่านมา เขียนคำอธิบายโดยดู Spot อย่างเดียว
ทดลอง 5 เหตุการณ์ถัดไป เขียนคำอธิบายด้วยกรอบ 3 ชั้น
เงื่อนไขผ่าน (ตั้งก่อนเริ่ม) สัดส่วนที่ตรงกับข้อมูลสูงกว่าฐานเปรียบเทียบ และจดเหตุผลได้ทุกครั้ง

ทำไมต้องมีตลาดสามชั้น

ตลาดทั้งสามต่างกันที่ สิ่งที่ถืออยู่ และ ผู้เล่นที่ควบคุมเกม

ตลาด ถืออะไร ผู้เล่นสำคัญ แรงขับ
Spot ทองในราคาปัจจุบัน ผู้ซื้อทองจริง นักลงทุนระยะยาว ราคาตรงไปตรงมา
Futures พันธะที่จะซื้อหรือขายในอนาคต ผู้ใช้ป้องกันความเสี่ยง นักเก็งกำไร กองทุนที่ใช้ leverage ความคาดหวัง margin เวลา
Options สิทธิที่จะตัดสินใจ ผู้ซื้อและผู้ขาย option, market maker strike, premium, การป้องกันความเสี่ยง

ภาพที่ผิดซึ่งต้องแก้คือ "ราคาทองขึ้นเพราะคนซื้อทองจริงเยอะ ลงเพราะคนขายเยอะ" ภาพนี้จริงบางส่วน แต่ไม่ครบ การเคลื่อนไหวแรงและเร็วมักมาจากตลาดอนุพันธ์ (derivatives) ซึ่งสร้างแรงได้ถูกกว่าและเร็วกว่า ราคาทองจึงตอบสนองไม่เฉพาะอุปสงค์ทองจริง แต่รวมถึงสถานะ Futures, การป้องกันความเสี่ยงของ market maker และโครงสร้าง option ที่ตั้งไว้ล่วงหน้า

Spot: ฐานราคา

คืออะไร: ซื้อขายด้วยราคาปัจจุบัน จ่ายเดี๋ยวนี้ ได้ทองตามราคาตอนนี้ เช่น ซื้อทองแท่งที่ร้านทอง หรือซื้อผ่านแอปที่อ้างอิงราคาตลาด

ทำไมสำคัญ: เป็นราคาอ้างอิงของทั้งระบบ Futures และ Options ต้องประเมินมูลค่าใหม่จากราคานี้ เปรียบเทียบได้ว่า Spot คือพื้นดิน ส่วน Futures กับ Options คืออาคารที่สร้างบนพื้น ถ้าดินขยับ อาคารสั่น แต่ถ้าอาคารแกว่งแรงพอ คนบนดินก็รู้สึกว่าดินสั่นด้วย

ข้อดี: เรียบง่าย ไม่มีวันหมดอายุ ไม่ต้องสนใจ strike, Delta หรือ Gamma ใกล้เคียงสินทรัพย์จริง ไม่มีเงื่อนไขซ้อน

ข้อจำกัด: ต้องใช้ทุนเต็มจำนวน ไม่มี leverage ถ้าราคาลงต้องรับผลเต็มที่ ถ้าอยากเทรดจะเสียเปรียบคนที่ใช้เครื่องมือเร็วกว่า

เหมาะกับ: ถือยาว พักเงิน สะสม และดูว่าทองแพงหรือถูกเมื่อเทียบกับภาพใหญ่

จุดที่ต้องระวัง: ราคา Spot ขึ้นไม่ได้แปลว่าทุกคนแห่ซื้อทอง อาจเป็นแรงจากตลาดอนุพันธ์ หรือการปิดสถานะ Futures ระยะสั้น Spot จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องเข้าใจ แต่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด

Futures: ตัวเร่ง

คืออะไร: สัญญาล่วงหน้า ตกลงวันนี้ว่าจะซื้อหรือขายทองที่ราคาเท่าไรในอนาคต

ทำไมทรงพลัง: ไม่ต้องวางเต็มมูลค่า วางแค่ margin หรือหลักประกัน แต่ควบคุมมูลค่าได้มากกว่า ถ้าทิศถูกกำไรขยายเร็ว ถ้าทิศผิดความเสียหายก็ขยายเร็วเท่ากัน

มีเวลาเป็นตัวแปร: สัญญามีวันหมดอายุและรอบสัญญา ถือค้างไปเรื่อยๆ แบบ Spot ไม่ได้ คำถามจึงไม่ใช่แค่ขึ้นหรือลง แต่ขึ้นภายในเวลาเท่าไร

อุปมา: Spot เหมือนคนเดินเท้า Futures เหมือนรถแข่ง ไปทิศเดียวกันได้ แต่ความเร็วและแรงเหวี่ยงไม่เท่ากัน เมื่อตลาดตื่นตกใจกับข่าว Futures มักตอบสนองรุนแรงกว่า แล้วดึงราคาอ้างอิงให้ตลาดอื่นปรับตาม

Futures ไม่ได้มีไว้เก็งกำไรอย่างเดียว: จุดกำเนิดคือการจัดการความเสี่ยง ผู้ทำธุรกิจเกี่ยวกับทองล็อกราคาล่วงหน้าเพื่อลดความไม่แน่นอนได้ แต่ตลาดเดียวกันก็มีนักเก็งกำไรและผู้จัดการกองทุนที่เข้ามาหากำไรจากความผันผวน

ลำดับเหตุการณ์ของ leverage:

  1. ผู้เล่นใช้ leverage
  2. ราคาสวนทาง margin ไม่พอ
  3. เกิดการบังคับปิดสถานะ
  4. การปิดสถานะเพิ่มแรงให้ราคาเคลื่อนไปทางเดิม

ผลคือราคาตกแรงอาจไม่ได้แปลว่าทั้งโลกเลิกเชื่อทอง แต่อาจเป็นฝั่งซื้อ Futures ถูกบังคับปิด และราคาพุ่งแรงอาจไม่ได้แปลว่าทุกคนอยากสะสมทอง แต่อาจเป็นฝั่งขายถูกบังคับซื้อคืน

ตัวช่วยอ่าน: Open Interest ของ Futures ช่วยแยกว่าแรงที่เห็นเป็นการเปิดสถานะใหม่ หรือการล้างสถานะเก่า คำถามที่ต้องถามคือแรงนี้มาจากเงินใหม่หรือจากการปิดสถานะ และการปิดนั้นมาจากความเชื่อระยะยาวที่เปลี่ยน หรือจากถูก margin บีบ

Options: แผนที่ความคาดหวัง

คืออะไร: การซื้อสิทธิที่จะตัดสินใจ ต่างจาก Futures ที่เป็นพันธะ option ไม่บังคับให้ซื้อหรือขาย ผู้ถือสิทธิเลือกได้ภายในเวลาและราคาที่กำหนด

ชนิด ความหมาย (ความรู้ทั่วไปของเรา) เมื่อไม่คุ้ม
Call สิทธิซื้อทองที่ราคาที่กำหนด มีค่าเมื่อราคาขึ้นเหนือระดับนั้น ปล่อยให้สิทธิหมดอายุ
Put สิทธิขายทองที่ราคาที่กำหนด มีค่าเมื่อราคาลงต่ำกว่าระดับนั้น ปล่อยให้สิทธิหมดอายุ

เมื่อไม่คุ้ม ผู้ซื้อเสียเพียง premium คือค่าธรรมเนียมซื้อสิทธิ ลักษณะนี้คล้ายประกัน คือจ่ายเงินก้อนหนึ่งเพื่อซื้อสิทธิป้องกันตัว หรือเก็งกำไรจากเหตุการณ์เฉพาะ ฝั่งผู้ขาย option คือผู้รับความเสี่ยงแทนผู้ซื้อ

หมายเหตุ: ใน transcript ส่วนนิยาม put ถอดเสียงสับสน ข้อมูลในตารางข้างต้นจึงเป็นความรู้ทั่วไปของเรา ไม่ใช่คำพูดที่ถอดได้

ทำไม Options เป็นแผนที่: คนซื้อขาย option หลาย strike price ทำให้เกิดโครงสร้าง Open Interest ที่แต่ละ strike คือจุดที่มีคนตั้งเงื่อนไขไว้ว่าถ้าราคาถึงตรงนี้จะทำอะไร จึงบอกได้ว่า ณ ระดับราคานั้นใครได้ประโยชน์ ใครเสียหาย และใครต้องป้องกันความเสี่ยง

  • Futures บอกทิศและจังหวะที่คนวางเดิมพัน
  • Options บอกว่าสนามรบที่แท้จริงของราคาอยู่ตรงไหน
  • ถ้า Call Open Interest หนาแน่นที่ระดับหนึ่ง แสดงว่ามีผลประโยชน์สะสมที่นั่น และถ้า Put หนาแน่นในโซนเดียวกัน ก็มีผลประโยชน์สะสมที่นั่นเช่นกัน

กลไกเชื่อม Options กลับสู่ Futures

  1. market maker รับขาย option จึงรับความเสี่ยงไว้
  2. เมื่อราคาเข้าใกล้ strike ที่ Open Interest สูง ค่า Delta และ Gamma ของ option เปลี่ยน
  3. market maker ต้องซื้อหรือขาย Futures เพื่อปรับสมดุลพอร์ต
  4. แรงซื้อขายใน Futures ส่งต่อไปยังราคาทอง

สรุปสั้นๆ: option สร้างความเสี่ยง และ Futures เป็นเครื่องมือจัดการความเสี่ยงนั้น

อุปมาคอนโด

ตลาด เหมือน
Spot ซื้อคอนโดสร้างเสร็จ จ่ายเต็ม เป็นเจ้าของจริง ถ้าราคาตกรับผลเต็มๆ
Futures จองคอนโดล่วงหน้า ติดตามสัญญาณอนาคต
Options ซื้อสิทธิจองในทำเลดี ถ้าราคาขึ้นใช้สิทธิได้ ถ้าไม่ดีทิ้งสิทธิและเสียแค่ค่าจองที่ยืดหยุ่น

เพราะเหตุนี้ options จึงเป็นเครื่องมือของมืออาชีพ ไม่ใช่เพราะใช้เดาทิศทาง แต่เพราะใช้ออกแบบความคิดและเข้าใจความเสี่ยงได้ละเอียดขึ้น

ตลาดทั้งสามสื่อสารกันอย่างไร

ทิศทาง กลไก
Futures → Spot Futures ขยับราคา Spot ได้
Options → Futures Options บังคับให้ market maker ซื้อขาย Futures
Spot → ทั้งระบบ เป็นราคาฐานที่ทุกสัญญาต้องประเมินมูลค่าใหม่

ผลต่อผู้ดู:

ดูอะไรอย่างเดียว เห็นอะไร มองไม่เห็นอะไร
Spot ราคาอยู่ที่ไหน ทำไมแกว่งแรง
Futures ทิศของแรงซื้อและแรงเก็งกำไร แรงนั้นก่อตัวที่ไหน
Options โซนที่ผลกระทบน่าจะเกิด แรงซื้อขายจริงตอนนี้
flowchart LR
    S[Spot: ราคาฐาน] --> F[Futures: leverage และเวลา]
    F -->|แรงซื้อขาย| S
    O[Options: strike และ Open Interest] -->|market maker ปรับพอร์ต| F
    S -->|ราคาอ้างอิง| O

วิธีอ่านราคาเป็นลำดับชั้น

  1. เริ่มที่ Spot เพื่อดูระดับราคาที่แท้จริง
  2. ดู Futures เพื่อหาแรงซื้อขาย leverage และโอกาสของการบังคับปิดสถานะ
  3. ดู Options เพื่อหาจุดที่ผลประโยชน์สะสม โดยเฉพาะ strike ที่มี Open Interest สูง

กฎสองข้อ:

  • อย่าปนสามตลาดเข้าด้วยกัน ไม่ใช้ Futures อธิบายพฤติกรรม Spot ทั้งหมด และไม่ใช้ Futures แทน Options โดยตรง
  • เข้าใจว่าแต่ละตลาดมีผู้เล่นและแรงจูงใจต่างกัน เช่น คนถือทองจริงอาจเมินความผันผวนรายชั่วโมง คนใช้ leverage อาจถูกบังคับปิดสถานะ ส่วนผู้ขาย option ไม่ต้องการให้ราคาพุ่งแรงในวันเดียว

คำถามที่ควรถามแทน "ขึ้นหรือลง"

  • แรงอะไรกำลังขยับราคาทองตอนนี้
  • แรงจริงอยู่ที่ Spot หรือเป็นการทำกำไรใน Futures
  • สถานะ Options กระจุกอยู่ที่ราคาไหน
  • ถ้าราคาไปถึงจุดนั้น market maker ต้องทำอะไร
  • ถ้าราคาทะลุหรือหลุดจุดนั้น จะเกิดการบังคับให้ปรับสถานะหรือไม่

สถานการณ์ตัวอย่าง

ที่เห็น การอ่านแบบชั้นเดียว การอ่านแบบสามชั้น
ทองอ่อน และ Open Interest ใน Futures ลดมาก ทองอ่อนเพราะคนเลิกถือ อาจเป็นการล้างสถานะ
ราคาทะลุขึ้น ผู้ซื้อทองจริงกลับมา ถ้า call ถูกทะลุและ market maker ต้องซื้อ Futures คือแรงจากโครงสร้างอนุพันธ์
ราคาอยู่ในกรอบนานผิดปกติ ตลาดเบื่อ อาจมี Open Interest สูงดึงราคาไว้ บางกลุ่มได้ประโยชน์จากราคานิ่ง

เช็คลิสต์ตัดสินใจ

สถานะ รายการตรวจ
⚪ ราคา Spot เทียบภาพใหญ่แพงหรือถูก
⚪ Open Interest ของ Futures เพิ่มหรือลด แรงมาจากเงินใหม่หรือการปิดสถานะ
⚪ ผู้เล่นฝั่ง leverage มีโอกาสถูก margin บีบหรือไม่
⚪ ระดับ strike ที่ Open Interest หนาแน่นอยู่ที่ราคาไหน และราคาห่างแค่ไหน
⚪ ถ้าราคาไปถึงระดับนั้น market maker น่าจะต้องทำอะไร
⚪ เหตุผลที่ตัวเองใช้ตัดสินใจมาจากตลาดชั้นไหน

ข้อเท็จจริง กับ ความเห็น

ประเภท ข้อความ
ข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้าง Spot คือราคาปัจจุบัน Futures คือสัญญาล่วงหน้าที่ใช้ margin และมีวันหมดอายุ
ข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้าง Options คือสิทธิที่ไม่บังคับ
ข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้าง ผู้ซื้อ option เสียได้มากที่สุดเท่ากับ premium ที่จ่าย
กลไกที่ถูกอธิบาย (ไม่มีหลักฐานเชิงตัวเลขในเนื้อหา) market maker ใช้ Futures ป้องกันความเสี่ยงจาก option และแรงนี้ส่งถึงราคาทอง
ความเห็น ฝั่ง Futures มักถูกใช้สร้างผลกระทบระยะสั้นต่อราคา
ความเห็น นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากแพ้ตลาดเพราะมองทองเป็นตลาดเดียว
คำแนะนำ ให้อ่านตามลำดับ Spot → Futures → Options
คำแนะนำ ผู้ถือยาวควรสนใจ Spot ผู้เทรดสั้นควรสนใจ Futures
คำแนะนำ ผู้ที่อยากเข้าใจเกมใหญ่ควรสนใจ Options
ข้อเปรียบเทียบเชิงอุปมา พื้นดินกับอาคาร คนเดินเท้ากับรถแข่ง คอนโดสร้างเสร็จกับการจอง

⚠️ Risks

Warning: Futures ขยายทั้งกำไรและขาดทุน และมีวันหมดอายุ ผู้ที่ใช้ leverage อาจถูกบังคับปิดสถานะ การขายสิทธิ option ก็เป็นการรับความเสี่ยงแทนผู้ซื้อ

เรื่อง ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย แนวแก้
ข้อจำกัดของ Spot ต้องใช้ทุนเต็ม และรับผลขาดทุนเต็ม วางแผนทุนและขอบเขตความเสี่ยงก่อนซื้อ
อ่านทิศผิด เห็นราคาขึ้นแล้วสรุปว่าทุกคนซื้อทองจริง ตรวจ Open Interest และสถานะ Futures
ใช้ตลาดแทนกัน ใช้ Futures อธิบาย Spot ทั้งหมด หรือใช้แทน Options อ่านเป็นชั้น ชั้นละหน้าที่
ถามแค่ขึ้นหรือลง ได้ข้อสรุปแต่ไม่รู้แรงที่ขับเคลื่อน ถามว่าแรงอะไรขยับราคา
ข้อมูลไม่ครบ เนื้อหานี้ไม่มีตัวเลข ตัวอย่างจริง หรือวิธีดึงข้อมูล Open Interest ต้องหาข้อมูลจริงจากผู้ให้บริการข้อมูลตลาดเอง

Note: เนื้อหานี้เป็นกรอบความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ได้อธิบายวิธีคำนวณ Delta หรือ Gamma

❓ ทดสอบความเข้าใจ

คำถาม คำตอบ คำตอบผิดที่พบบ่อย
1. ข่าวธนาคารกลางซื้อทอง แต่ราคาไม่ขึ้น ควรตรวจอะไร ตรวจว่าแรงฝั่ง Futures และ Options ฝืนอยู่หรือไม่ เพราะราคาตอบสนองหลายแรง ข่าวไม่มีผล หรือตลาดผิดปกติ
2. ราคาทองตกแรง Open Interest ใน Futures ลดมาก ตีความได้อย่างไร อาจเป็นการล้างหรือบังคับปิดสถานะ ไม่ใช่ความเชื่อที่เปลี่ยนทั้งตลาด ทุกคนเลิกเชื่อทอง
3. ทำไม market maker ถึงซื้อขาย Futures ทั้งที่ขาย option เพราะรับความเสี่ยงจากการขาย option เมื่อราคาใกล้ strike จึงใช้ Futures ปรับพอร์ต Futures ไม่เกี่ยวกับ option
4. ตามตัวอย่างประกอบ ถ้า margin 10% และราคาลง 5% ขาดทุนต่อเงินที่วางเท่าไร 50% (ตัวเลขสมมติ) ต่างจาก Spot ที่ขาดทุน 5% ของเงินที่วาง ขาดทุนเท่ากัน 5% เพราะราคาลงเท่ากัน
5. (กับดัก) ถ้าอ่านครบทั้งสามชั้นแล้ว จะรู้ได้แน่ว่าราคาไปทางไหน ไม่ได้ กรอบนี้บอกว่าแรงมาจากไหน ไม่ได้ทำนายทิศทาง อ่านสามชั้นแล้วทำนายได้แม่น
6. ทำไมผู้ถือทองยาวไม่ต้องตกใจกับการแกว่งรายชั่วโมง เพราะมองทองเป็นที่เก็บมูลค่า และไม่มี leverage ที่ถูกบังคับปิดได้ ผู้ถือยาวไม่ควรสนใจตลาดอื่นเลย

Decision / next steps

Recommendation: ก่อนศึกษาเรื่อง Option Open Interest, Gamma และ market maker เชิงลึก ให้จับความต่างของ Spot, Futures, Options ให้แม่นก่อน แล้วฝึกอ่านเหตุการณ์จริงด้วยเช็คลิสต์ 6 ข้อ

ลำดับ ขั้นตอน
1 ท่องคำนิยามสามตลาดและผู้เล่นให้ได้
2 ฝึกถามว่า "แรงอะไรขยับราคา" กับเหตุการณ์ 5 ครั้ง
3 หาแหล่งข้อมูล Open Interest ของ Futures และ Options
4 ศึกษา Delta, Gamma และบทบาท market maker ต่อ

Glossary

คำ ความหมาย
Spot ซื้อขายด้วยราคาปัจจุบัน ชำระและรับของตามราคานั้น
Futures สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีพันธะ
Options สัญญาที่ให้สิทธิ์ ไม่บังคับ
Margin เงินประกันที่วางเพื่อคุมสถานะที่มีมูลค่ามากกว่า
Leverage การใช้เงินน้อยคุมมูลค่ามาก
Strike price ราคาที่กำหนดไว้ในสิทธิ option
Premium ค่าธรรมเนียมที่จ่ายเพื่อซื้อสิทธิ
Market maker ผู้ทำตลาดที่รับซื้อขาย option และต้องป้องกันความเสี่ยง
Hedge การป้องกันความเสี่ยงด้วยสถานะตรงข้าม
Delta, Gamma ค่าความอ่อนไหวของ option ต่อราคา บอกว่า market maker ต้องปรับพอร์ตแค่ไหน (ไม่มีสูตร)
Derivatives ตลาดอนุพันธ์ รวม Futures และ Options

Summary

  • ตลาดทองมีอย่างน้อย 3 ชั้นที่ส่งแรงถึงกัน ได้แก่ Spot (ราคาฐาน) Futures (ตัวเร่งด้วย margin และเวลา) Options (แผนที่สิทธิและความคาดหวัง)
  • Options บังคับให้ market maker ซื้อขาย Futures และแรงนั้นไหลกลับมาที่ Spot
  • อ่านเป็นลำดับ Spot → Futures → Options และถามว่า "แรงอะไรขยับราคา"
  • ผู้ถือยาวสนใจ Spot ผู้เทรดสั้นสนใจ Futures ผู้ที่อยากเข้าใจเกมใหญ่สนใจ Options
  • หน้านี้ไม่มีตัวเลขผลลัพธ์ที่วัดได้จากต้นทาง ประโยชน์ที่ระบุเป็นการตีความหรือยังไม่ทดสอบ

ตัวย่อที่ใช้ในหน้านี้

ตัวย่อ ชื่อเต็ม คืออะไร อ่านค่าอย่างไร
OI Open Interest จำนวนสัญญา Futures หรือ Options ที่ยังเปิดค้างอยู่ OI ของ strike หนึ่งสูง แปลว่ามีสถานะสะสมหนาแน่นที่ราคานั้น

แถวนี้ใช้นิยามจากความรู้ทั่วไปของเรา เนื้อหาต้นทางไม่ได้ให้นิยามของ OI ไว้ หน้านี้ไม่มีสูตรจึงไม่มีตารางสัญลักษณ์ในสูตร

ภาพประกอบที่หน้านี้ไม่มี

บางช่วงผู้สอนอธิบายผ่านภาพบนจอ และหน้านี้ไม่ได้ถอดภาพเหล่านั้นมา รายการด้านล่างบอกเพียงว่ามีภาพในช่วงใดและผู้พูดพูดถึงอะไรรอบๆ ภาพนั้น (ภาพประกอบไม่ได้ถอดมา)

เวลา ภาพที่อ้างถึง ผู้พูดพูดถึงภาพนี้ว่า
00:03 ภาพ ช่วงเปิดเรื่อง พูดถึงสิ่งที่คนนึกถึงเมื่อพูดถึงทอง คือร้านทอง ทองแท่ง สร้อย และราคาขายปลีกต่อบาท
01:25 ภาพ พูดถึงตลาดสามประเภทที่ผู้เล่น สนาม กฎ และแรงขับต่างกัน
02:32 ภาพ และหน้าจอ สรุปว่าเหมือนดูสามหน้าจอพร้อมกัน บอกความจริงปัจจุบัน ความคาดหวัง และพื้นที่เสี่ยง
06:53 ภาพ เปรียบ Spot กับการซื้อคอนโดสร้างเสร็จ จ่ายเงินแล้วเป็นเจ้าของจริง
07:59 ภาพ พูดถึง Spot เป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องเข้าใจแต่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด ก่อนเข้าสู่ Futures
15:18 หน้าจอ พูดถึงสิ่งที่เห็นบนหน้าจอว่าเป็นอารมณ์ของตลาด และสามตลาดไม่ได้แยกขาดจากกัน
16:45 ภาพ เปรียบเทียบ Spot, Futures, Options ว่าแทนราคาปัจจุบัน สัญญา margin leverage และสิทธิ strike premium
21:05 กราฟ พูดถึงการมองทองเป็นระบบมีชั้น ไม่ใช่กราฟเส้นเดียว มีระดับราคาของสัญญาและผลประโยชน์ซ่อนอยู่
Facebook

ความรู้ที่เกี่ยวข้อง